Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X

แนวคิดเพิ่มเติมเรื่องโภชนาการและสุขภาพ: การป้องกันโรคภูมิแพ้

(1 ทบทวน)

การรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตระหว่างตั้งครรภ์เพื่อป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ในทารก

วันศุกร์, มีนาคม 24th, 2017

แนวคิดเพิ่มเติมเรื่องโภชนาการและสุขภาพ: การป้องกันโรคภูมิแพ้

เรียนรู้: การรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตระหว่างตั้งครรภ์เพื่อป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ในทารก

 

5 วิธีลดความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้ของทารก

ประวัติการเจ็บป่วยของคนครอบครัวไม่ใช่เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว แต่อาหารที่คุณรับประทาน การดำเนินชีวิตของคุณระหว่างตั้งครรภ์ก็อาจมีส่วนทำให้ลูกเป็นโรคภูมิแพ้ได้

 

1. รับประทานอาหารให้หลากหลาย

คุณไม่จำเป็นต้องงดกินอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะกังวลว่ามันจะทำให้ลูกเป็นโรคภูมิแพ้ ทั้งที่จริงแล้วมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์บางชิ้น แสดงให้เห็นความจริงที่ตรงกันข้าม เพราะทารกที่เกิดจากแม่ที่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ และแม่กินปลา หรือถั่วเปลือกแข็ง หรือถั่วที่อยู่บนดิน (Tree nut) ในปริมาณมาก มีอาการภูมิแพ้ในวัยเด็ก น้อยกว่าเด็กที่เกิดจากแม่ที่ไม่ได้กินอาหารเหล่านี้ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น? นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถให้คำอธิบายที่ชัดเจนได้ แต่งานวิจัยใหม่ๆ แสดงให้เห็นว่าไขมันที่ดีกับสุขภาพที่พบในปลา (รวมถึงกรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 เช่น ดีเอชเอ) และถั่วเปลือกแข็งอาจมีบทบาทในเรื่องนี้

 

2. เสริมโปรไบโอติก บางชนิด

การได้รับโปรไบโอติก (จุลินทรีย์สุขภาพ) บางชนิดในขณะตั้งครรภ์และระหว่างให้นมบุตรอาจช่วยป้องกันการเกิดผื่นภูมิแพ้ที่มีผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (eczema) ในเด็กทารกบางคนได้ และโปรไบโอติคเหล่านี้สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัยทั้งในระหว่างตั้งครรภ์และระหว่างให้นมบุตร มีหลายการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าทารกที่เกิดจากครอบครัวที่มีประวัติภูมิแพ้ (แม่ พ่อ หรือพี่น้องร่วมสายเลือด) และแม่ได้รับประทานโปรไบโอติกชนิดหนึ่งระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร มีความเสี่ยงในการเกิดโรคผื่นภูมิแพ้ที่มีผิวหนังอักเสบเรื้อรังน้อยกว่า เมื่อเทียบกับทารกที่แม่ไม่ได้รับประทานโปรไบโอติก

 

3. หลีกเลี่ยงควันบุหรี่

การสูบบุหรี่ขณะตั้งครรภ์จะเพิ่มความเสี่ยงที่ลูกจะเป็นโรคภูมิแพ้ และหอบหืด โชคดีที่ผู้หญิงที่กำลังจะเป็นแม่หลายคนได้รับแรงจูงใจให้เลิกสูบบุหรี่เมื่อตั้งครรภ์ ถ้าคุณต้องการความช่วยเหลือ คุณก็สามารถพูดคุยกับแพทย์ที่ดูแลคุณ นอกจากนี้คุณควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีควัน และการได้รับควันบุหรี่มือสองด้วยเช่นกัน

 

4. เลี้ยงลูกด้วยนมแม่หลังคลอด

นอกจากน้ำนมแม่จะมีปัจจัยต่างๆ ที่สำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันแล้ว น้ำนมแม่ยังมี “แบคทีเรียที่ดีกับสุขภาพ” ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของทารก เรื่องนี้มีความสำคัญมากสำหรับทารกที่คลอดด้วยวิธีการผ่าคลอด เพราะพวกเขาจะไม่ได้รับ “แบคทีเรียที่ดีกับสุขภาพ” ที่อยู่ในช่องคลอดของแม่ นี่จึงเป็นคำอธิบายว่าทำไมทารกที่คลอดด้วยวิธีการผ่าคลอด มีความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้บางชนิดสูงกว่า ดังนั้น ถ้าคุณคลอดลูกด้วยวิธีการผ่าคลอด คุณก็ควรให้ลูกดูดนมแม่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หลังคลอด

 

5. เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อไป

คุณอาจเคยได้ยินว่าการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวจนลูกอายุครบ 6 เดือน เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของทารก แต่คุณรู้หรือไม่ว่า นักวิทยาศาสตร์ยังแนะนำให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียวในเดือนแรก เพื่อลดโอกาสที่ทารกจะแพ้นมวัว เกิดผื่นภูมิแพ้ที่มีผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (eczema) และการมีเสียงวี๊ดในขณะหายใจ (wheezing) เมื่อลูกอยู่ในวัยเตาะแตะ? ดังนั้น หากคุณตัดสินใจว่าคุณจะไม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพียงอย่างเดียว คุณควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลคุณ

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • มาร่วมเดินทางไปกับเรา
  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

1 ทบทวน

อังคาร, 30 พฤษภาคม 2017 - 13:48

Vasika

2 out of 3 people found this review helpful