Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
“ภูมิแพ้ในทารก” กับเรื่องจริง 3 ประการที่คุณแม่ควรรู้!

“ภูมิแพ้ในทารก” กับเรื่องจริง 3 ประการที่คุณแม่ควรรู้!

(0 ทบทวน)

คุณแม่ยุคใหม่จึงควรทำความเข้าใจถึงข้อเท็จจริงของโรคภูมิแพ้ 3 ประการ เพื่อให้คุณปกป้องและดูแลลูกน้อยจากให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ในทารกได้อย่างเหมาะสม

จันทร์, มีนาคม 19th, 2018

“ภูมิแพ้” เป็นอาการที่พบได้บ่อยครั้งในเด็กทารกหรือเด็กเล็กๆ ในปัจจุบัน และมีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ที่เผยแพร่ทางโซเชี่ยลฯ แต่จะรู้ได้อย่างไรว่า ข้อมูลเหล่านั้นถูกต้องและน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน คุณแม่ยุคใหม่จึงควรทำความเข้าใจถึงข้อเท็จจริงของโรคภูมิแพ้ 3 ประการ เพื่อให้คุณปกป้องและดูแลลูกน้อยจากให้ห่างไกลจากโรคภูมิแพ้ได้อย่างเหมาะสม

“ภูมิแพ้ในทารก” กับเรื่องจริง 3 ประการที่คุณแม่ควรรู้!

ความจริง#1: ไม่มีวิธีรักษาโรคภูมิแพ้

ในความเป็นจริงแล้ว “ยา” อาจช่วยควบคุมอาการภูมิแพ้ได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่า ยาสามารถรักษาโรคภูมิแพ้ให้หายขาดได้ เพราะเมื่อหยุดยาอาการแพ้ก็อาจจะกลับมาอีก

ความจริง #2: โรคภูมิแพ้ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง

แม้โรคภูมิแพ้บางชนิดอาจดูเป็นเรื่องปกติ และสามารถรับมือได้ง่าย แต่หากไม่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว มันก็อาจทำให้เด็กน้อยที่ร่าเริงสดใสมีชีวิตชีวา กลายเป็นเด็กขี้อาย เก็บตัว และลุกลามจนถึงขั้นหดหู่ไปเลย ซ้ำร้ายอาจทำให้เด็กๆ สูญเสียความมั่นใจในตัวเอง และไม่กล้าคบหาสมาคมกับเด็กอื่นๆ ไปเลย

ความจริง #3: โรคภูมิแพ้อาจเป็นอันตรายจนถึงแก่ชีวิต

แม้จะฟังดูน่ากลัวมาก แต่คุณจำเป็นที่ต้องรับรู้ว่า ปฏิกิริยาของอาการภูมิแพ้อาจมีระดับความรุนแรงตั้งแต่เล็กน้อยแค่เพียงให้รู้สึกรำคาญ จนถึงอาการรุนแรงที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ด้วย ขึ้นอยู่กับว่า อาการภูมิแพ้นั้นมีระดับความรุนแรงมากแค่ไหน

อาการของ “โรคภูมิแพ้” ที่ควรรู้

• คันตา มีน้ำตาไหล
• จาม
• หอบหืด
• คัน ผิวหนังอักเสบ
• ผื่นแพ้

“ภูมิแพ้ในทารก” กับเรื่องจริง 3 ประการที่คุณแม่ควรรู้!

ภูมิแพ้ที่อันตรายถึงชีวิต

อาการภูมิแพ้ระดับรุนแรงที่สุดมีชื่อว่า “แอนาฟิแล็กซิส” (Anaphylaxis) เพราะเสี่ยงต่อการเสียชีวิต และมีผลต่อระบบต่างๆ ทั่วร่างกาย โดยมากมักเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาทีหรือไม่กี่นาทีหลังจากสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งการเกิดแอนาฟิแล็กซิสอาจทำให้เสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อีกทั้งสารก่อภูมิแพ้ทุกชนิดอาจทำให้เกิดแอนาฟิแล็กซิสได้อีกด้วย แต่สิ่งที่มักทำให้เกิดปัญหามักจะมาจากอาหาร แมลงสัตว์กัดต่อย และยา อาการที่พบเมื่อเกิดแอนาฟิแล็กซิสคือ

• อาการบวมที่ช่องคอและปาก
• กลืนหรือพูดลำบาก
• หายใจลำบากจากอาการหอบหืด หรืออาการบวมที่ช่องคอ
• เกิดลมพิษที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย
• ผิวหนังมีผื่นแดง
• ปวดเกร็งที่ท้อง คลื่นไส้ และอาเจียน
• รู้สึกอ่อนแรงลงทันที (เนื่องจากความดันเลือดลดลง)

รับมืออย่างไรเมื่อลูกเป็นภูมิแพ้?

อันที่จริงโรคภูมิแพ้สามารถป้องกันได้ หรือลดอาการภูมิแพ้ได้ ซึ่งจะได้ผลดีที่สุดหากได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มแรก โดยคุณสามารถประเมินเบื้องต้นได้ดังนี้

• ประวัติครอบครัวมีความสำคัญมากในการประเมินความเสี่ยงโรคภูมิแพ้: สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ ประวัติของพ่อแม่ การใช้เครื่องมือประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้ (Allergy Risk Tracker หรือ ART) สามารถช่วยป้องกันหรือวิเคราะห์ความเสี่ยงเบื้องต้นของการเกิดโรคภูมิแพ้ได้
• การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่จะช่วยปกป้องทางเดินอาหารของลูก และช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ได้
• ระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดภูมิแพ้ต่อลูก เช่น ถั่ว ไข่ และอาหารทะเล โดยให้เว้นระยะในการรับประทานอาหารเหล่านี้ร่วมกันสัก 2-3 วัน แล้วคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการภูมแพ้เกิดขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อหาแนวทางในการรักษาและป้องกันอาการภูมิแพ้ต่อไป

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • มาร่วมเดินทางไปกับเรา
  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

0 ทบทวน