Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X

แนวทางการเริ่มต้นอาหารเสริมลูก 6 เดือน

(3 reviews)

การให้อาหารเสริมเป็นเรื่องใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับพัฒนาการการกินของลูก แต่ก็ตามมาด้วยคำถามมากมาย คุณแม่อาจสงสัยว่า จะเริ่มต้นอาหารเสริมอะไรก่อนดี และลูกพร้อมเริ่มอาหารเสริมหรือยัง?

วันพฤหัส, พฤศจิกายน 10th, 2016

คุณค่าทางโภชนาการสูงเพื่อท้องเล็กๆ ของลูก

หลังอายุครบ 6 เดือน ทารกต้องการอาหารอื่นเพิ่มเติม นอกเหนือไปจากนมแม่ เพื่อช่วยให้มีการเจริญเติบโต และพัฒนาการที่ดี แต่เนื่องจากทารกยังมีกระเพาะอาหารขนาดเล็ก อาหารที่กินจึงต้องมีสารอาหารเข้มข้น ธาตุเหล็กเป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญสำหรับทารกวัยนี้ ดังนั้นอาหารชนิดแรกที่ให้แก่ทารกจึงควรมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งเนื้อสัตว์เป็นแหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงจึงเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ควรให้แก่ทารก

อาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารกมีสารอาหารเข้มข้นสำหรับกระเพาะน้อยๆ ของทารก เพราะถูกออกแบบให้มีสารอาหารที่จำเป็นอัดแน่นอยู่ในอาหารปริมาณน้อยๆ จึงเหมาะกับกระเพาะเล็กๆ ของทารก ที่ไม่สามารถจุอาหารได้มากในการกินแต่ละครั้ง อาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารกที่ย่อยง่ายและมีการเสริมธาตุเหล็ก จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับอาหารชนิดแรกที่ให้แก่ทารก ควรเริ่มจากการให้อาหารที่มีเนื้อเนียนค่อนข้างเหลวจนลูกคุ้นเคยกับการกินอาหารจากช้อนก่อน จึงค่อยปรับให้อาหารมีเนื้อข้นขึ้น วิธีนี้จะช่วยให้คุณแม่เรียนรู้ทักษะด้านการกินของลูกที่พัฒนาขึ้น การเริ่มให้อาหารที่มีเนื้อสัมผัส และรสชาติใหม่ๆ ในเวลาที่เหมาะสมคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างพฤติกรรมการกินที่ดีให้กับลูก

รู้ได้อย่างไรว่าลูกพร้อมสำหรับการเริ่มอาหารเสริมแล้ว?

เมื่อทารกอายุประมาณ 6 เดือน ทารกจะพัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น การคลุกเคล้าอาหารในปากและการกลืนอาหาร ทารกจะสามารถนั่งกินอาหารได้ กวาดอาหารจากช้อนได้ และรู้จักเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อรู้สึกอิ่มได้

สังเกตพัฒนาการเหล่านี้

• ลูกนั่งได้เองโดยไม่ต้องช่วย เพราะลูกสามารถควบคุมร่างกายส่วนบนได้แล้ว
• ลูกสามารถหันศีรษะไปทางซ้ายหรือขวาได้
• ลูกสามารถตวัดลิ้นไปข้างหน้าและข้างหลังได้ดีเมื่อคุณวางช้อนเล็กๆ ลงบนริมฝีปากลูก ซึ่งช่วยให้ลูกสามารถกวาดอาหารเข้าปากและกลืนได้ อาจต้องใช้เวลา 2-3 วันก่อนที่ลูกจะคุ้นเคยกับการกินอาหารจากช้อน แต่รับรองว่าลูกจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว!

ชวนให้รู้
เมื่อพาลูกไปพบคุณหมอตอนอายุ 6 เดือน ควรปรึกษาคุณหมอเรื่องการเริ่มให้อาหารเสริมแก่ลูกน้อย

ป้อนอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้กับลูกน้อย

เด็กทารกมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและต้องการสารอาหารที่เหมาะสม อาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารกประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของทารก ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี สังกะสี แคลเซียม เหล็ก และวิตามินอี คุณแม่สามารถให้อาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารกเสริมธาตุเหล็กไปจนกระทั่งลูกน้อยอายุ 2 ปี

เตรียมพร้อมสำหรับการให้ลูกกินอาหารครั้งแรก

ต่อไปนี้คือเคล็ดลับบางอย่างที่ช่วยให้คุณแม่ประสบความสำเร็จในการฝึกให้ลูกน้อยกินอาหารจากช้อนครั้งแรก
• ให้ลูกกินนมแม่ก่อน ลูกจะได้ไม่หงุดหงิดหรือหิวมากเกินไป
• ให้เวลา ควรเลือกเวลาที่ไม่รีบร้อน
• เลือกช้อนที่เหมาะสม ใช้ช้อนขนาดเล็กเหมาะกับขนาดปากของทารกที่มีขอบเรียบและไม่คม เพื่อปกป้องเหงือกที่บอบบางของลูก
• ให้ลูกนั่งบนที่นั่งสำหรับทารก หรือนั่งบนเก้าอี้ทรงสูงซึ่งเป็นเก้าอี้ทานอาหารสำหรับเด็ก ดูให้แน่ใจว่าศีรษะของลูกตั้งตรง ไม่แหงนไปข้างหลัง
• ให้ลูกได้สำรวจ ตักผลไม้บดหรืออาหารเสริมธัญพืชที่จะใช้ป้อนลูกปริมาณเล็กน้อยลงบนถาดอาหารของลูก เพื่อให้ลูกได้ใช้นิ้วมือเขี่ยดูจะได้คุ้นเคยกับเนื้อสัมผัสของอาหาร ให้ลูกได้สัมผัสและดมกลิ่นอาหาร รับรองว่าจะเป็นเวลาที่ทั้งสนุกและเลอะเทอะ! คุณจึงควรมีอารมณ์ขันและเตรียมกล้องถ่ายรูปไว้ให้พร้อม
• คำแรก! นั่งหันหน้าเข้าหาลูก ใช้ช้อนตักอาหารเพียงครึ่งช้อน ถือให้ห่างจากหน้าลูกประมาณ 12 นิ้ว ทำให้ลูกสนใจก่อน แล้วค่อยเริ่มป้อน ก่อนจะป้อนคำแรก ลองแตะช้อนอาหารบนริมฝีปากลูก ถ้าลูกยอมอ้าปากกินคำแรก ให้ป้อนคำต่อไปเมื่อลูกอ้าปาก จะป้อนช้าหรือเร็วก็ขึ้นกับความต้องการของลูก และอย่าลืมสังเกตสัญญาณความอิ่มของลูก
• ลองแล้วลองอีก ไม่ต้องแปลกใจถ้าเห็นลูกดุนอาหารคำแรกออกจากปาก เพราะเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติ ถ้าเห็นว่าลูกไม่ชอบใจ ควรเลิกให้ก่อน แล้วค่อยลองป้อนใหม่ทีหลัง

ชวนให้รู้
นมแม่ยังคงเป็นแหล่งโภชนาการหลักที่สำคัญสำหรับลูกน้อย ช่วงเวลานี้จึงเป็นเพียงช่วงเวลาให้ลูกได้สำรวจ และเริ่มลิ้มลองรสชาติ และเนื้อสัมผัสใหม่ๆ

เคล็ดลับการให้อาหารเสริมธัญพืชเสริมธาตุเหล็กสำหรับทารก

• เริ่มจากการให้อาหารเสริมธัญพืชสูตรข้าวหรือข้าวโอ๊ตบด รอสัก 3-4 วัน เพื่อดูว่ามีปฏิกิริยาการแพ้อาหารหรือไม่ หลังจากนั้นให้ลองสูตรข้าวบาร์เลย์ ควรให้อาหารเสริมธัญพืชที่ผสมธัญพืชเพียงชนิดเดียวก่อน เพื่อจะได้รู้ว่ามีอาการแพ้เกิดขึ้นหรือไม่ เช่น มีผื่น ท้องเสีย หรืออาเจียน
• ไม่ควรให้ลูกกินอาหารเสริมธัญพืชจากขวดนม ควรให้กินจากช้อน เว้นแต่ว่าเป็นคำแนะนำจากกุมารแพทย์ของคุณ
• เมื่อเริ่มให้ลูกกินอาหารเสริมธัญพืชครั้งแรก แนะนำให้ผสมกับนมแม่ เมื่อลูกคุ้นเคยกับอาหารเสริมธัญพืชที่มีเนื้อค่อนข้างเหลวแล้ว ให้ปรับเนื้ออาหารให้ข้นขึ้น
• เตรียมอาหารเสริมธัญพืชในปริมาณที่คิดว่าลูกกินได้หมด ไม่ควรเก็บอาหารเสริมธัญพืชที่เตรียมเสร็จแล้วไว้ป้อนลูกในครั้งต่อไป เพราะเชื้อแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนในอาหารเสริมธัญพืชได้ง่าย

เคล็ดลับสำคัญ
ควรรอประมาณ 3 วัน ก่อนจะเริ่มอาหารชนิดใหม่ อย่าลืมสังเกตอาการแพ้อาหารของลูก เช่น มีผื่น ท้องเสีย น้ำมูกไหล หรืออาเจียน ถ้าคุณสงสัยว่าอาจมีอาการแพ้เกิดขึ้น ให้หยุดการให้อาหารชนิดนั้น แล้วปรึกษากุมารแพทย์

อาหารในหนึ่งวันสำหรับลูกวัย 6-7 เดือน

ตัวอย่างด้านล่างคือสิ่งที่นักโภชนาการแนะนำ เพื่อช่วยให้ลูกน้อยอายุ 6-7 เดือนได้รับสารอาหารครบถ้วนในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการ อย่างไรก็ตาม ลูกอาจกินมากหรือน้อยกว่านี้ ดังนั้นขอให้สังเกตสัญญาณความหิวและความอิ่มของลูก

มื้อแรกหลังจากตื่นนอน
นมแม่ (ไม่ควรให้นมวัวกับเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี)

มื้อเช้า
ผลไม้บด เช่น ลูกพีช หรือ ลูกแพร์ จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
อาหารเสริมธัญพืชเสริมธาตุเหล็กผสมกับนมแม่ จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

มื้อว่างช่วงเช้า
นมแม่

มื้อกลางวัน
ผักบด เช่น แครอท จำนวน 1/4 ถ้วย หรือ 4 ช้อนโต๊ะ
เนื้อสัตว์บด จำนวน 4 ช้อนโต๊ะ
นมแม่

มื้อว่างช่วงบ่าย
นมแม่

มื้อค่ำ
อาหารเสริมธัญพืชเสริมธาตุเหล็กผสมกับนมแม่ จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
ผลไม้บด จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
นมแม่

มื้อก่อนนอน
นมแม่

อาหารที่ยังไม่ควรให้ลูกกิน

คุณอาจคิดว่าการให้ลูกกินอาหารของผู้ใหญ่บางอย่าง เช่น เครื่องดื่มรสหวาน มันฝรั่งทอด หรือคุกกี้ คือการให้รางวัลกับลูก แต่อาหารเหล่านี้ไม่ค่อยมีคุณค่าทางโภชนาการเท่าไรนัก ที่สำคัญเด็กทารกต้องการอาหารที่มีความเข้มข้นของสารอาหารสูงที่มีปริมาณสารอาหารสำคัญในสัดส่วนที่เหมาะสมกับพลังงานที่ได้จากอาหาร

หลีกเลี่ยงการให้อาหารที่มีรสหวานหรือเค็ม

เด็กทารกบางคนได้กินอาหารว่างที่มีรสเค็ม มันฝรั่งทอด และน้ำอัดลมตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น 7-8 เดือน ซึ่งอาหารเหล่านี้ไม่เหมาะกับเด็กเล็กในวัยนี้ เพราะจะทำให้อิ่มก่อนที่จะถึงมื้ออาหารถัดไป ทำให้กินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการได้ในปริมาณที่น้อยลง นอกจากนี้ การกินอาหารที่มีรสหวานหรือเค็มยังสร้างพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีตั้งแต่เล็กๆ ซึ่งจะเปลี่ยนแปลงได้ยากเมื่อเวลาผ่านไป

อย่าให้เครื่องดื่มที่มีรสหวาน

ไม่ควรให้เครื่องดื่มที่มีรสหวานแก่ทารก ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและสุขภาพบางคนยังแนะนำว่า ไม่ควรให้น้ำผลไม้แก่ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี เพราะโดยธรรมชาติแล้วน้ำผลไม้จะมีน้ำตาลในปริมาณสูง ถ้าต้องการให้น้ำผลไม้แก่ทารก คุณควรรอให้ลูกอายุมากกว่า 6 เดือน โดยให้เด็กดื่มน้ำผลไม้จากถ้วยเพื่อลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ ไม่ควรให้เด็กดื่มน้ำผลไม้จากขวด และเริ่มให้น้ำผลไม้เพียง 1-2 ออนซ์ต่อวัน แล้วค่อยเพิ่มขึ้น แต่ไม่ควรเกินวันละ 120 มิลลิลิตร เลือกเฉพาะน้ำผลไม้ 100% เท่านั้น ไม่ใช่เครื่องดื่มรสผลไม้ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีรสชาติคล้ายน้ำผลไม้ ซึ่งจะมีการเติมน้ำตาลเพื่อเพิ่มความหวาน

อย่าเพิ่งให้นมวัว

องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าควรเลี้ยงทารกด้วยนมแม่ในช่วงขวบปีแรก ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าทารกจะได้รับสารอาหารสำคัญครบถ้วนและเพียงพอ นมวัวไม่ใช่เครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี

ปรึกษาแพทย์ของคุณ

เมื่อลูกอายุครบ 1 ปี ให้ปรึกษากุมารแพทย์เพื่อขอคำแนะนำว่านมแบบไหนที่เหมาะกับลูกของคุณ

ยังไม่ควรให้น้ำผึ้ง

น้ำผึ้งมีโอกาสที่จะปนเปื้อนสปอร์ของเชื้อโบทูลินัมซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพอย่างร้ายแรง สำหรับทารกที่มีอายุต่ำกว่า 12 เดือน แม้ได้รับน้ำผึ้งที่ปนเปื้อนสปอร์ของเชื้อโบทูลินัมเพียงเล็กน้อย ก็เกิดอันตรายได้

ป้องกันการสำลักและติดคอ

ควรให้ลูกเริ่มกินอาหารบดละเอียดก่อนจะเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีเนื้อสัมผัสข้นหนืดมากขึ้น แล้วจึงค่อยเปลี่ยนไปให้อาหารอ่อนนิ่มที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คุณอาจคิดว่าลูกกินอาหารได้เก่งแล้ว แต่คุณก็ไม่ควรให้อาหารที่อาจทำให้สำลักและปิดกั้นทางเดินหายใจซึ่งทำให้เกิดอันตรายได้ จนกว่าลูกจะมีอายุครบ 4 ปีหรือโตกว่านี้

อาหารบางชนิดที่อาจติดคอและเกิดอันตรายได้:
• ลูกเกด หรือองุ่นทั้งลูก
• ข้าวโพดคั่ว ถั่ว และเมล็ดพืชต่างๆ
• ฮอทดอก หรือเนื้อสัตว์ปั้นเป็นก้อนๆ
• เนยถั่วเต็มช้อน
• ผักผลไม้ดิบหรือมีเนื้อแข็ง ที่หั่นเป็นชิ้นๆ เช่น ถั่วทั้งเมล็ด แครอทดิบ พริกหวาน แอปเปิ้ล ลูกพีช ลูกแพร์ และลูกพลัมที่ยังไม่สุก
• หมากฝรั่ง ลูกอมแบบเม็ดเคี้ยว หรือลูกอมแบบเม็ดแข็ง

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • มาร่วมเดินทางไปกับเรา
  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

3 reviews

วันพฤหัส, 11 ตุลาคม 2018 - 22:41

สุประวีณ์

มีประโยชน์กับแม่มือใหม่มากค่ะ

2 out of 2 people found this review helpful

เสาร์, 24 กุมภาพันธ์ 2018 - 18:48

ธารทิพย์

3 out of 3 people found this review helpful

อังคาร, 23 พฤษภาคม 2017 - 19:55

เจ๊ปุ๋ย

11 out of 11 people found this review helpful