Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X

การเริ่มให้อาหารเสริมตามวัย

(1 ทบทวน)

การเริ่มให้อาหารเสริมตามวัยเป็นก้าวใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับพัฒนาการการกินของลูกน้อย คุณแม่จะทราบได้อย่างไรว่าควรเริ่มอาหารเสริมตามวัยเมื่อไหร่ และอาหารเสริมตามวัยอย่างแรกที่ให้ลูกน้อยควรเป็นอะไร มาดูแนวทางเพื่อช่วยให้คุณแม่ผ่านช่วงเวลานี้ได้อย่างราบรื่นกันค่ะ

จันทร์, มกราคม 29th, 2018

การเริ่มให้อาหารเสริมตามวัย

ขอแสดงความยินดีด้วยที่คุณแม่ได้มาถึงช่วงเวลาที่สำคัญและน่าตื่นเต้น นั่นก็คือการที่จะได้สนุกกับการป้อนอาหารลูกน้อยครั้งแรก การให้อาหารเสริมตามวัยเป็นก้าวใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับพัฒนาการการกินของลูกน้อยที่คุณแม่มักมีคำถามตามมามากมาย คุณแม่คงอยากทราบว่าอาหารเสริมตามวัยอย่างแรกที่ให้ลูกน้อยควรเป็นอะไร และจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยพร้อมสำหรับการกินอาหารเสริมตามวัยแล้ว และควรให้อาหารเสริมลูกได้เมื่อไร เราขอแนะนำแนวทางเเพื่อช่วยให้คุณแม่ผ่านช่วงสำคัญของการเข้าสู่ช่วงการให้อาหารเสริมตามวัยแก่ลูกน้อย

โภชนาการเต็มเปี่ยมสำหรับกระเพาะน้อยๆ

หลังอายุ 6 เดือน ทารกต้องการอาหารอื่นเพิ่มเติม นอกเหนือไปจากนมแม่ เพื่อช่วยให้มีการเจริญเติบโต และพัฒนาการที่ดี แต่เนื่องจากทารกยังมีกระเพาะอาหารขนาดเล็ก อาหารที่กินจึงต้องมีสารอาหารเข้มข้น ธาตุเหล็กเป็นหนึ่งในสารอาหารสำคัญสำหรับทารกวัยนี้ ดังนั้นอาหารชนิดแรกที่ให้แก่ทารกจึงควรมีธาตุเหล็กสูง ซึ่งเนื้อสัตว์เป็นแหล่งอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงจึงเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ควรให้แก่ทารก

อาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารกมีสารอาหารเข้มข้นสำหรับกระเพาะน้อยๆ ของทารก ถูกออกแบบให้มีสารอาหารที่จำเป็นอัดแน่นอยู่ในอาหารปริมาณน้อยๆ จึงเหมาะกับกระเพาะเล็กๆ ของทารก ที่ไม่สามารถจุอาหารได้มากในการกินแต่ละครั้ง อาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารกที่ย่อยง่ายและมีการเสริมธาตุเหล็ก จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับอาหารเสริมชนิดแรกที่ให้แก่ทารก ควรเริ่มจากการให้อาหารที่มีเนื้อเนียนค่อนข้างเหลวจนลูกคุ้นเคยกับการกินอาหารจากช้อนก่อน จึงค่อยปรับให้อาหารมีเนื้อข้นขึ้น วิธีนี้จะช่วยให้คุณแม่เรียนรู้ทักษะด้านการกินของลูกที่พัฒนาขึ้น การเริ่มให้อาหารที่มีเนื้อสัมผัส และรสชาติใหม่ๆ ในเวลาที่เหมาะสมคือสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างพฤติกรรมการกินที่ดีให้กับลูก

รู้ได้อย่างไรว่าลูกน้อยพร้อมสำหรับการกินอาหารเสริมตามวัยแล้ว

เมื่อทารกอายุประมาณ 6 เดือน ทารกจะพัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น การคลุกเคล้าอาหารในปากและการกลืนอาหาร ทารกจะสามารถนั่งกินอาหารได้ ใช้ลิ้นกวาดอาหารออกจากช้อนได้ และรู้จักหันหน้าหนีไปทางอื่นเมื่อรู้สึกอิ่มได้
สังเกตพัฒนาการเหล่านี้ก่อนการเริ่มให้อาหารเสริม
● ลูกน้อยนั่งได้เองโดยไม่ต้องช่วย เขาสามารถควบคุมร่างกายส่วนบนได้แล้ว
● ลูกน้อยสามารถหันหน้าไปทางซ้ายหรือขวาได้
● ลูกน้อยสามารถตวัดลิ้นไปข้างหน้าและข้างหลังได้อย่างนิ่มนวลเมื่อคุณวางช้อนเล็กๆ ลงบนริมฝีปากลูก ซึ่งช่วยให้ลูกสามารถกวาดอาหารเข้าปากและกลืนได้ อาจต้องใช้เวลา 2-3 วันก่อนที่ลูกจะคุ้นเคยกับการกินอาหารจากช้อน แต่รับรองว่าลูกจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว!

การเริ่มให้อาหารเสริมตามวัย

ชวนให้รู้

คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการเริ่มให้อาหารเสริมเมื่อพาลูกน้อยไปพบแพทย์ช่วงอายุ 6 เดือน

การป้อนอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีให้กับลูกน้อย

เด็กทารกมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและต้องการสารอาหารที่เหมาะสม อาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารกประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตที่รวดเร็วของทารก ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี สังกะสี แคลเซียม เหล็ก และวิตามินอี คุณแม่สามารถให้อาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารกเสริมธาตุเหล็กไปจนกระทั่งลูกน้อยอายุ 2 ปี

เตรียมพร้อมสำหรับการให้ลูกลิ้มรสอาหารครั้งแรก

เคล็ดลับเหล่านี้ช่วยให้ลูกน้อยพร้อมสำหรับอาหารเสริมคำแรก
● ให้กินนมแม่ก่อน เพื่อไม่ให้หงุดหงิดหรือหิวจนเกินไป
● ให้เวลากับลูกน้อย ควรเลือกเวลาที่คุณแม่ไม่ต้องเร่งรีบ
● เลือกช้อนที่เหมาะสม ใช้ช้อนขนาดเล็กที่เหมาะกับขนาดปากของลูกน้อย มีขอบเรียบช่วยปกป้องเหงือกที่บอบบางของลูกน้อย
● ให้ลูกนั่งบนที่นั่งสำหรับทารก หรือบนเก้าอี้ทรงสูงสำหรับเด็กที่ใช้กินอาหาร เช็คให้แน่ใจว่าศีรษะของลูกตั้งตรง ไม่แหงนไปด้านหลัง
● ให้ลูกน้อยได้สำรวจ ตักอาหารบดหรืออาหารเสริมธัญพืชลงบนถาดอาหารของลูกน้อย เพื่อให้ลูกได้ใช้นิ้วมือเขี่ย สร้างความคุ้นเคยกับเนื้อสัมผัสของอาหาร ปล่อยให้ลูกได้สัมผัสและดมกลิ่นอาหาร ทั้งหมดนี้จะเป็นช่วงเวลาที่มีทั้งสนุกและความเลอะเทอะ! คุณแม่จึงควรมีอารมณ์ขันและเตรียมกล้องถ่ายรูปไว้ให้พร้อม
● คำแรก! นั่งหันหน้าเข้าหาลูก ใช้ช้อนตักอาหารเพียงครึ่งช้อน ถือให้ห่างจากหน้าลูกประมาณ 12 นิ้ว เรียกความสนใจจากลูกน้อย แล้วค่อยเริ่มป้อน ก่อนจะป้อนคำแรก ลองแตะช้อนอาหารบนริมฝีปากของลูกน้อย ถ้าลูกรับได้กับรสชาตินั้น ให้ป้อนคำต่อไปเมื่อลูกอ้าปาก สามารถป้อนช้าหรือเร็วก็ได้ขึ้นกับความต้องการของลูก และอย่าลืมสังเกตสัญญาณความอิ่มของลูก ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากประสบการณ์ทั้งสิ้น
● ลองแล้วลองอีก คุณแม่ไม่ต้องตกใจหากลูกบ้วนอาหารคำแรกออกจากมา มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติ ถ้าเห็นว่าลูกไม่ชอบใจ ควรเลิกป้อนก่อน แล้วค่อยลองป้อนใหม่ทีหลัง

ชวนให้รู้

นมแม่ยังคงเป็นแหล่งโภชนาการหลักที่สำคัญสำหรับลูกน้อย ช่วงเวลานี้จึงเป็นเพียงการให้ลูกได้เริ่มลองรสชาติ และเนื้อสัมผัสใหม่ๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการสำรวจ

เคล็ดลับการให้อาหารเสริมธัญพืชเสริมธาตุเหล็ก

● เริ่มจากการให้ข้าว หรือข้าวโอ๊ตสำหรับทารก รอดูว่ามีปฏิกิริยาการแพ้อาหารหรือไม่สัก 3-4 วัน จากนั้นลองเปลี่ยนเป็นข้าวบาร์เลย์สำหรับทารก คุณแม่ควรให้อาหารทีละชนิด เพื่อจะได้ระบุสาเหตุได้หากมีอาการแพ้เกิดขึ้นเช่น มีผื่น ท้องเสีย หรืออาเจียน ซึ่งอาจเกิดจากการกินอาหารประเภทใหม่ๆ
● ไม่ควรให้ลูกกินอาหารเสริมธัญพืชจากขวดนม ควรให้กินจากช้อนเท่านั้น ยกเว้นหากเป็นคำแนะนำจากกุมารแพทย์
● เมื่อเริ่มให้ลูกกินอาหารเสริมธัญพืชครั้งแรก แนะนำให้ผสมกับนมแม่ เมื่อลูกคุ้นเคยกับเนื้อสัมผัสที่ค่อนข้างเหลวแล้ว ให้ปรับเนื้ออาหารให้ข้นขึ้น
● เตรียมอาหารเสริมธัญพืชในปริมาณที่คิดว่าลูกกินได้หมด ไม่ควรเก็บอาหารเสริมธัญพืชที่เตรียมเสร็จแล้วไว้ป้อนลูกในครั้งต่อไป เพราะเชื้อแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตได้ง่าย

เคล็ดลับสำคัญ

คุณแม่ควรรอประมาณ 3 วัน ก่อนจะเริ่มอาหารชนิดใหม่ อย่าลืมสังเกตอาการแพ้อาหารของลูก เช่น มีผื่น ท้องเสีย น้ำมูกไหล หรืออาเจียน ถ้าคุณสงสัยว่าอาจมีอาการแพ้เกิดขึ้น ให้หยุดการให้อาหารชนิดนั้น แล้วปรึกษากุมารแพทย์

การเริ่มให้อาหารเสริมตามวัย

รายการอาหารใน 1 วัน สำหรับลูกวัย 6-7 เดือน

เมนูเหล่านี้เป็นอาหารที่นักกำหนดอาหารแนะนำ เพื่อช่วยให้ลูกน้อยวัย 6-7 เดือนได้รับสารอาหารครบถ้วน ลูกน้อยอาจกินมากหรือน้อยกว่านี้ ดังนั้นคุณแม่ควรหมั่นสังเกตสัญญาณความหิวและความอิ่มของลูก

มื้อแรกหลังตื่นนอน
- นมแม่ (ไม่ควรให้นมวัวกับเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี)
มื้อเช้า
- ผลไม้บด เช่น ส้ม หรือ กล้วย จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
- อาหารเสริมธัญพืชเสริมธาตุเหล็กผสมกับนมแม่ จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
มื้อว่างช่วงเช้า
- นมแม่
มื้อกลางวัน
- ผักบด เช่น แครอท จำนวน 1/4 ถ้วย หรือ 4 ช้อนโต๊ะ
- เนื้อสัตว์บด จำนวน 4 ช้อนโต๊ะ
- นมแม่
มื้อว่างช่วงบ่าย
- นมแม่
มื้อค่ำ
- อาหารเสริมธัญพืชเสริมธาตุเหล็กผสมกับนมแม่ จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
- ผลไม้บด จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ
- นมแม่
มื้อก่อนนอน
- นมแม่

การเริ่มให้อาหารเสริมตามวัย

อาหารที่ยังไม่ควรให้ลูกน้อยรับประทาน

การให้ลูกน้อยกินอาหารบางอย่างของผู้ใหญ่ เช่น เครื่องดื่มรสหวาน มันฝรั่งทอด หรือคุกกี้ อาจดูเหมือนการให้รางวัลกับลูกน้อย แต่อาหารเหล่านี้มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยมาก ที่สำคัญเด็กทารกต้องการอาหารที่มีความเข้มข้นของสารอาหารสูง สารอาหารสำคัญในสัดส่วนที่เหมาะสมกับพลังงานที่เหมาะกับช่วงวัย

อย่าให้อาหารที่มีรสหวานหรือเค็ม

เด็กทารกบางคนได้กินขนมที่มีรสเค็ม เช่น มันฝรั่งทอด และน้ำอัดลมตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น 7-8 เดือน อาหารเหล่านี้ไม่เหมาะกับเด็กเล็กในวัยนี้ เพราะจะทำให้อิ่มง่าย แทนที่จะได้กินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่ดีกว่า นอกจากนี้ การกินอาหารเหล่านี้ยังปลูกฝังพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่อายุน้อยๆ ซึ่งจะปรับให้ดีขึ้นได้ยากเมื่อเขาโตขึ้น

อย่าให้เครื่องดื่มที่มีรสหวาน

เครื่องดื่มรสหวานต่างๆ ไม่เหมาะจะเป็นอาหารสำหรับทารก เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลที่สูงมาก ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและสุขภาพบางคนแนะนำว่า ไม่ควรให้น้ำผลไม้แก่ทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี ถ้าคุณแม่ต้องการให้น้ำผลไม้แก่ทารก ควรรอให้ลูกอายุมากกว่า 6 เดือน โดยให้เด็กดื่มน้ำผลไม้จากถ้วยเพื่อลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ อย่าให้ดื่มจากขวดนม และเริ่มให้น้ำผลไม้เพียง 1-2 ออนซ์ต่อวัน เท่านั้น โดยไม่ควรเกินวันละ 120 มิลลิลิตรหรือ 4 ออนซ์ เลือกเฉพาะน้ำผลไม้ 100% เท่านั้น ไม่ใช่เครื่องดื่มรสผลไม้ หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีรสชาติคล้ายน้ำผลไม้ ซึ่งจะมีการเติมน้ำตาลเพื่อเพิ่มความหวาน

อย่าเพิ่งให้นมวัว

องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าควรเลี้ยงทารกด้วยนมแม่ในช่วงขวบปีแรก ทั้งนี้ก็เพื่อให้มั่นใจว่าทารกจะได้รับสารอาหารสำคัญครบถ้วนและเพียงพอ นมวัวที่ยังไม่ได้ผ่านการดัดแปลงไม่ใช่เครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับทารกอายุต่ำกว่า 1 ปี

ปรึกษาแพทย์

เมื่อลูกน้อยอายุครบ 1 ปี ให้ปรึกษากุมารแพทย์เพื่อขอคำแนะนำชนิดของนมที่เหมาะกับลูกน้อย

อย่าให้ลูกกินน้ำผึ้ง

น้ำผึ้งอาจปนเปื้อนสปอร์ของเชื้อโบทูลินัมซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างร้ายแรง สำหรับทารกที่มีอายุต่ำกว่า 12 เดือน การได้รับน้ำผึ้งที่ปนเปื้อนสปอร์ของเชื้อโบทูลินัมเพียงเล็กน้อย ก็เกิดอันตรายได้

ป้องกันการสำลักและติดคอ

คุณแม่ควรให้ลูกน้อยเริ่มกินอาหารด้วยเนื้อสัมผัสที่บดละเอียดก่อนจะเปลี่ยนเป็นอาหารที่มีเนื้อสัมผัสข้นหนืด และอาหารนิ่มที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คุณแม่อาจคิดว่าลูกน้อยกินอาหารได้เก่งแล้ว แต่คุณแม่ก็ไม่ควรให้อาหารที่อาจทำให้สำลักและปิดกั้นทางเดินหายใจซึ่งทำให้เกิดอันตรายได้ จนกว่าลูกจะมีอายุครบ 4 ปีหรือโตกว่านี้

อาหารบางชนิดที่อาจติดคอและเกิดอันตรายได้ :

● ลูกเกด หรือองุ่นทั้งลูก
● ข้าวโพดคั่ว ถั่ว และเมล็ดพืชต่างๆ
● ฮอทดอก หรือเนื้อสัตว์ปั้นเป็นก้อนๆ
● เนยถั่วเต็มช้อน
● ผักผลไม้ดิบหรือมีเนื้อแข็ง ที่หั่นเป็นชิ้นๆ เช่น ถั่วทั้งเมล็ด แครอทดิบ พริกหวาน แอปเปิ้ล ลูกพีช ลูกแพร์ และลูกพลัมที่ยังไม่สุก
● หมากฝรั่ง ลูกอมแบบเม็ดเคี้ยว หรือลูกอมแบบเม็ดแข็ง

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • มาร่วมเดินทางไปกับเรา
  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

1 ทบทวน

วันพุธ, 14 กุมภาพันธ์ 2018 - 18:48

tests

test

8 out of 8 people found this review helpful