Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
การหัดให้ลูกดูดนมแม่จากขวดนม

การหัดให้ลูกดูดนมแม่จากขวดนม

(0 ทบทวน)

การให้ลูกดูดนมแม่จากขวดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนจากนมแม่ และไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แต่อย่างใด

วันศุกร์, มีนาคม 2nd, 2018

การให้ลูกดูดนมจากขวดนมไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ มันเป็นแค่วิธีการอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ลูกยังคงได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนจากน้ำนมแม่ คำแนะนำต่อไปนี้จะช่วยให้ลูกสามารถปรับตัวกับการดื่มนมจากขวด และก็ยังคงยอมดูดนมจากเต้า

การหัดให้ลูกดูดนมแม่จากขวดนม

1. ใช้จุกนมที่ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับการดูดนมจากเต้า
จุกนมบางแบบมีรูปร่างและอัตราการไหลที่ทำให้คล้ายกับการไหลของนมจากเต้า และยังมีตำแหน่งของปากที่คล้ายคลึงกับการดูดนมจากเต้า
เลือกใช้จุกนมที่ทำจากซิลิโคนอ่อนที่มีฐานกว้างและมีอัตราการไหลที่ช้า
2. ให้ดูดนมแม่ก่อน
ให้ลูกดูดนมจากเต้าก่อน โดยให้ดูดนานประมาณครึ่งหนึ่งของเวลาที่ใช้ตามปกติ แล้วให้ดูดนมแม่ หรือนมจากขวดอีก 1-2 ออนซ์ วิธีนี้จะช่วยให้ลูกมีความอดทนมากขึ้นเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนไปให้ดื่มนมจากขวด ถ้าลูกยังคงรู้สึกหิว ก็ให้ลูกกลับมาดื่มนมจากเต้าต่อจนอิ่ม
3. เปลี่ยนการดูดนมจากเต้าเป็นการดูดนมจากขวดครั้งละ 1 มื้อ
ถ้าคุณต้องการให้ลูกดูดนมจากขวดแทนการดูดนมจากเต้ามากกว่าวันละ 1 มื้อ ให้ค่อยๆ เปลี่ยนทีละ 1 มื้อ โดยเว้นช่วงห่างกัน 3-5 วัน การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณคัดเต้านม เมื่อคุณไม่สามารถระบายน้ำนมในเวลาที่เคยให้นมตามปกติ นอกจากนี้การไม่ระบายน้ำนมเมื่อถึงเวลาให้นมลูกยังอาจทำให้การสร้างน้ำนมลดลง
4. อุ่นน้ำนมในขวดนมโดยให้น้ำอุ่นไหลผ่าน
การอุ่นน้ำนมแม่ที่บรรจุไว้ในขวดช่วยให้น้ำนมมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับน้ำนมแม่ตามธรรมชาติ ลูกจึงรู้สึกถึงความอุ่นคล้ายกับการดูดจากเต้า ไม่อุ่นขวดนมให้มีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิร่างกาย และไม่อุ่นขวดนมด้วยเตาไมโครเวฟ ควรตรวจอุณหภูมิน้ำนมในขวดที่อุ่นแล้วทุกครั้งก่อนจะป้อนนมให้ลูก
5. ควรคุมอัตราการไหลของน้ำนมในขณะที่ให้นมลูก
อุ้มลูกในท่าที่ตัวลูกตั้งตรงและอยู่ใกล้กับตำแหน่งที่จะให้นม ถือขวดนมให้อยู่ในแนวระนาบไม่ตั้งขึ้นบนหรือลดลงล่าง เอียงขวดเพื่อให้น้ำนมไหลไปอยู่ที่จุกนม ลูกจะได้ดูดน้ำนมเข้าท้องไม่ใช่ดูดอากาศ ใช้จุกนมแตะเบาๆ ที่แก้มลูก ลูกจะหันหน้ามาหาคุณตามสัญชาติญาณพร้อมกับปากที่เปิดออก
6. ลองให้คนอื่นป้อนนมลูก
เด็กบางคนจะดูดนมขวดง่าย ถ้าให้คนอื่นนอกจากคุณแม่เป็นคนป้อน คนที่ป้อนนมขวดให้เด็กควรจะอุ้มเด็กเอาไว้ เพื่อให้มีการสัมผัสอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกับที่เด็กเคยได้รับในขณะที่ดูดนมแม่
7. ช่วยถือขวดนมให้กับลูก
ไม่ควรวางขวดนมไว้บนสิ่งอื่นเพราะมันอาจไปขัดขวางการกลืน และลดการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างการให้นม ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเด็ก ควรอุ้มลูกของคุณตลอดเวลาที่ป้อนนม
8. หยุดพักให้ลูกเรอ
หยุดพักให้ลูกได้เรอเมื่อป้อนนมได้ทุกๆ 30-45 มิลลิลิตร หรือหยุดเมื่อลูกดันขวดนม หรือหันหน้าหนีออกจากขวดนม ถ้าลูกยังคงผลักขวดนมออกไป ลูกอาจจะอยากบอกกับคุณว่า เขาอิ่มและต้องการหยุดดูดนม การให้เรอบ่อยๆ ช่วยลดโอกาสที่เด็กจะแหวะนม หรืองอแงเพราะมีลมในท้อง
9. ท่าที่ช่วยให้ลูกเรอ
นั่งตัวตรง : ให้ลูกนั่งตัวตรงบนตักของคุณ ประคองศีรษะและหน้าอกของลูกโดยใช้มือประคองที่ด้านหน้า ให้ลูกโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ลูบหรือตบหลังลูกเบาๆ
อุ้มพาดไหล่ : ให้ลูกนอนซบคุณ โดยให้คางลูกวางลงบนไหล่ของคุณ ลูบหรือตบหลังลูกเบาๆ
นั่งขวางบนหน้าตัก: วางลูกให้นอนขวางบนตัก โดยให้อกของลูกอยู่บนตักของคุณ ลูบหรือตบหลังลูกเบาๆ

เคล็ดลับยอดนิยม

นั่งให้สบาย วางลูกให้นอนขวางบนตัก และสอดหมอนไว้ใต้ข้อศอกของคุณ หรือวางพักไว้บนที่เท้าแขนของเก้าอี้
เปลี่ยนข้าง แม้ทารกจะตัวเล็ก แต่เมื่ออุ้มไปสักพัก คุณก็อาจรู้สึกหนักได้
พูดคุยและสัมผัส ในขณะที่ป้อนนมลูก ให้พูดคุยกับลูกอย่างอ่อนโยน สัมผัสตัวลูก และมองสบตาลูก
อดทน ถ้าลูกต่อต้านการดูดนมจากขวด ให้กลับไปให้นมจากเต้า ก่อนที่คุณทั้งคู่จะเริ่มหงุดหงิด แล้วค่อยให้ลองดูดนมขวดอีกครั้งเมื่อป้อนนมครั้งต่อไป ท้ายที่สุดแล้ว ลูกควรจะดูดนมไม่ว่าจากเต้าหรือจากขวดนมได้อย่างไม่มีปัญหา

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • เรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับโภชนาการในแต่ละช่วงวัย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

0 ทบทวน