Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X

ความรู้พื้นฐานในการเริ่มต้นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่

(5 reviews)

การมีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับนมแม่ การเริ่มต้นเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และทารกที่ถูกเลี้ยงด้วยนมแม่ เพื่อช่วยให้คุณแม่มีความสุขทุกช่วงเวลาที่ดูแลและเลี้ยงดูลูกน้อย

อังคาร, พฤศจิกายน 8th, 2016

การเปลี่ยนแปลงของนมแม่

โคลอสตรัม (colostrum) หรือที่เรียกกันว่าหัวน้ำนม มีประโยชน์มากกว่าที่คนส่วนใหญ่รู้ การได้รับโคลอสตรัมเพียงไม่กี่หยดจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ทารก การให้ทารกกินนมแม่ในช่วง 3-5 วันต่อมาจะช่วยให้ลูกได้รับนมที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน พรีไบโอติก และกรดไขมันชนิดพิเศษที่มีความเหมาะสมกับทารกแรกเกิด โคลอสตรัมมีสีเหลือง หรือสีครีม และมีความข้นมากกว่าน้ำนมคุณแม่ในระยะต่อไป

หลังจากนั้น น้ำนมแม่จะค่อยๆ เปลี่ยนจากโคลอสตรัมไปเป็นน้ำนมระยะปรับเปลี่ยน (transitional milk) ซึ่งจะสิ้นสุดประมาณ 2 สัปดาห์หลังคลอด น้ำนมระยะนี้จะมีสารอาหารสูงขึ้น ทั้งปริมาณแคลอรี ไขมัน และวิตามิน เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการสารอาหารที่มากขึ้นของทารก

น้ำนมปกติ (mature milk) คือน้ำนมระยะต่อจากน้ำนมระยะปรับเปลี่ยน น้ำนมปกติจะมีน้ำในสัดส่วนที่สูงขึ้นเพื่อให้ลูกได้รับน้ำเพียงพอ และยังมีโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตในสัดส่วนที่สมดุลสำหรับการเจริญเติบโตของทารก ปริมาณการผลิตน้ำนมในเต้านมแต่ละข้างอาจแตกต่างกัน และสารอาหารในน้ำนมแม่ก็จะมีการปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของทารก

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับโปรตีน

โปรตีนคือสารอาหารที่สำคัญสำหรับทารก ทารกต้องการกรดอะมิโนซึ่งหน่วยย่อยของโปรตีนเพื่อใช้สำหรับการเจริญเติบโต พัฒนาการ และการมีสุขภาพที่ดี โปรตีนเป็นหนึ่งในสารที่พบมากที่สุดในร่างกายทารก โปรตีนเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการสร้างภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ สมอง และอวัยวะอื่นๆ บุคลากรทางการแพทย์ยอมรับว่าโปรตีนมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการเจริญเติบโต และพัฒนาการที่ดีในระยะยาวของทารก โชคดีที่นมแม่ถูกออกแบบให้มีองค์ประกอบของโปรตีนที่เหมาะสมกับลูกน้อย

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับท่าอุ้มให้นมลูก

เลือกท่าอุ้มให้นมลูกสัก 1-2 ท่าที่คุณแม่รู้สึกสบาย เพราะจะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยรู้สึกเพลิดเพลินในขณะที่ให้นมลูก
• การที่คุณแม่ถนัดซ้ายหรือถนัดขวามีผลกับการเลือกท่าอุ้มในการให้นมลูก เพราะท่าอุ้มจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าคุณแม่ใช้มือข้างไหนอุ้มลูก การอุ้มด้วยแขนข้างเดียวนานๆ อาจทำให้คุณแม่รู้สึกเมื่อยล้า จึงควรมีท่าอุ้มอย่างน้อยสองท่าเผื่อไว้สับเปลี่ยนเมื่อคุณแม่ต้องการ
• คุณแม่ควรนั่งหรือนอนเอนหลังให้สบายก่อนจะอุ้มลูก ลูกจะได้ดูดนมได้ทันทีโดยไม่ถูกขัดจังหวะจากการที่คุณแม่ต้องจัดท่าอุ้ม
• ไม่ควรให้ศีรษะลูกอยู่ใกล้หรือห่างจากเต้านมมากเกินไป เพราะจะทำให้ลูกดูดนมยาก
• อุ้มและให้นมลูกทันทีที่สังเกตเห็นว่าลูกแสดงอาการเริ่มหิวนม เช่น ลูกจะตื่นตัว และทำปากเหมือนจะดูดนม อย่ารอให้ลูกงอแง หรือร้องไห้
นมแม่แบ่งออกได้เป็นสามระยะ ซึ่งในแต่ละระยะจะมีสารอาหารที่ลูกต้องการอย่างเหมาะสมตามวัย

การไล่ลมให้ทารกที่กินนมแม่

แม้ว่าจะไม่มีอากาศอยู่ในเต้านมแม่ แต่ลูกก็อาจกลืนอากาศเข้าไปตอนที่ดูดนมแม่ หรือตอนร้องไห้
• ให้ลูกดูดนมจนกว่าลูกจะคายหัวนมออกจากปาก และสังเกตว่าลูกพร้อมที่จะไล่ลมหรือไม่
• การไล่ลมให้ลูกเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ไม่ต้องตกใจถ้าลูกไม่เรอ ทารกที่กินนมแม่จะกลืนอากาศเข้าไปน้อยกว่าทารกที่กินนมขวด จึงมักจะเรอน้อยกว่า

นับจำนวนครั้งที่ลูกถ่ายอุจจาระ

นมแม่มีคุณสมบัติตามธรรมชาติในการช่วยให้ลูกขับถ่ายได้เป็นปกติ ช่วยกำจัดขี้เทาหรืออุจจาระของทารกแรกคลอด ซึ่งเป็นอุจจาระที่เกิดจากการขับของเสียจากสิ่งที่ทารกกลืนเข้าไปขณะอยู่ในครรภ์
• อุจจาระในช่วง 48 ชั่วโมงแรกจะมีสีค่อนข้างดำ โดยทั่วไปแล้วทารกจะถ่ายครั้งแรกภายใน 24 ชั่วโมงหลังคลอด และถ่ายอีก 2 ครั้งในวันรุ่งขึ้น
• ในวันที่ 3 เป็นต้นไป ลูกควรจะถ่ายอย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง
• การที่ลูกถ่ายอุจจาระที่มีสีเหลืองนิ่ม อย่างน้อย 3 ครั้งต่อวัน ในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังคลอดเป็นสัญญาณที่ดีที่บอกว่าลูกได้รับนมแม่เพียงพอ

การสัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อขณะให้นมลูก

เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าการให้ผิวของคุณแม่สัมผัสกับผิวลูกแบบเนื้อแนบเนื้อขณะให้ลูกดูดนมแม่ หรืออาจเรียกว่าการอุ้มลูกในท่าจิงโจ้ (kangaroo care) มีประโยชน์ทั้งกับคุณแม่และทารก ลองมาดูกันว่าวิธีดังกล่าวมีข้อดีอย่างไรบ้าง
• ช่วยให้หัวใจลูกมีอัตราการเต้นอย่างสม่ำเสมอ และช่วยรักษาอุณหภูมิร่างกายของลูก
• ช่วยให้ลูกหายใจสม่ำเสมอ
• ช่วยให้ลูกหลับได้ลึกขึ้น ทำให้พักผ่อนได้เต็มที่ พร้อมสำหรับการดูดนมครั้งต่อไป
• ลดความเครียดของคุณแม่ และช่วยให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยรู้สึกสงบ
• กระตุ้นการสร้างน้ำนมของคุณแม่

สิ่งที่บ่งชี้ว่าทารกได้รับนมแม่เพียงพอ

เนื่องจากเราไม่สามารถวัดปริมาณนมที่ลูกดูดได้ว่ามากหรือน้อยแค่ไหน ซึ่งอาจทำให้คุณแม่รู้สึกกังวล ต่อไปนี้คือวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณรู้ว่าลูกได้รับนมเพียงพอ
• ทั้งคุณแม่และลูกน้อยรู้สึกสบายในขณะที่ลูกดูดนม
• ทารกดูดนมอย่างกระตือรือร้น แต่สงบ
• หลังดูดนมแล้ว ทั้งมือและแขนของลูกจะผ่อนคลาย
• ลูกถ่ายอุจจาระตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไปต่อวัน ในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังคลอด
• เต้านมของคุณแม่จะนิ่มขึ้น และคัดตึงน้อยลงหลังจากให้นมลูก
• ลูกมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30-40 กรัมต่อวัน ในช่วง 3 เดือนแรกหลังคลอด

กินอาหารให้มากขึ้น

การให้นมลูกทำให้คุณแม่ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นประมาณ 500 กิโลแคลอรีต่อวันเพื่อใช้ในการสร้างน้ำนม คุณแม่จึงควรเลือกกินอาหารหรือของว่างที่มีความเข้มข้นของสารอาหารสูง ตัวอย่างเช่น
• ขนมปังกรอบที่ทำจากธัญพืชเต็มเมล็ด (โฮลเกรน) กับชีสไขมันต่ำ และมะเขือเทศที่หั่นเป็นแผ่นบางๆ หรือผลไม้สด
• โยเกิร์ต หรือน้ำผลไม้ปั่น
• ไข่ต้มสุก หรือแซนด์วิชสลัดทูน่า
• อัลมอนด์ หรือวอลนัท ผสมกับเชอร์รี่หรือแครนเบอร์รี่อบแห้ง

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • มาร่วมเดินทางไปกับเรา
  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

5 reviews

วันศุกร์, 21 กันยายน 2018 - 21:26

เรื่องของ

0 out of 0 people found this review helpful

วันพุธ, 8 สิงหาคม 2018 - 16:32

สมเกียรติ

นมมีคุณค่าและประโยชค์ต่อเด็กมากๆครับ

5 out of 5 people found this review helpful

อังคาร, 17 กรกฎาคม 2018 - 09:37

สุวิมล

Good

5 out of 5 people found this review helpful

วันพุธ, 13 มิถุนายน 2018 - 21:49

นันทภัค

3 out of 3 people found this review helpful

วันศุกร์, 1 มิถุนายน 2018 - 23:09

ปาลิตา

นมแม่มีประโยชน์มากแล้วยังประหยัดด้วย

6 out of 6 people found this review helpful