Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X

รับมือกับปัญหา “ลูกกินยาก” ด้วยความเข้าใจ

(0 ทบทวน)

คุณแม่จะรับมืออย่างไรเมื่อลูกน้อยเบือนปฏิเสธอาหารเกือบทุกอย่าง แถมบางอย่างเคยเป็นของโปรดลูกอีกด้วย เรามีคำแนะนำดีๆ ที่จะช่วยให้หาทางออกให้กับปัญหา “ลูกกินยาก” ที่ทุกบ้านต้องเผชิญ

จันทร์, มีนาคม 19th, 2018

เชื่อว่า คุณพ่อคุณแม่หลายคนเจอกับปัญหาลูกกินยาก การที่คุณแม่ตั้งใจเตรียมอาหารอร่อยๆ อย่างเต็มที่ แต่แล้วลูกน้อยกลับปฎิเสธไม่ยอมกินอาหาร แน่นอนว่า คุณแม่ย่อมรู้สึกผิดหวังที่ต้องได้ยินคำว่า “ไม่เอา อี๋ หรือไม่กิน” บวกกับความรู้สึกผิดที่อาจเผลอโทษตัวเองว่าไม่สามารถทำอาหารได้ หรือไม่ถนัดในการทำอาหาร เป็นต้น

รับมือกับปัญหา “ลูกกินยาก” ด้วยความเข้าใจ

เคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่รับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างสบายใจ คือการแยกเรื่องความรักออกจากเรื่องการเรียนรู้ และแยกเรื่องอาหารออกจากเรื่องของความรักเสียก่อน อาจฟังดูง่ายแต่ออกจะทำยากสักนิด อย่างไรก็ตามความคิดนี้จะช่วยให้คุณแม่ผ่านสถานการณ์นี้ไปได้ และอย่าลืมว่า เด็กไม่มีทางปล่อยให้ตัวเองอดตายเพราะความหิวแน่นอน

“อี๋...!” เสียงนี้ของลูกสื่อความหมายหรือไม่?

ช่วงอายุ 18-24 เดือน ลูกน้อยจะเริ่มอยากมีตัวตน และถ้าเด็กๆ รับรู้ว่า การพูดคำว่า “ไม่” จะทำให้คุณพลอยหงุดหงิดได้ เขาจะใช้วิธีนี้ในทุกโอกาสเพื่อยั่วโมโหและบอกให้คุณรู้ว่า เขาสามารถต่อต้านความต้องการของคุณได้เช่นกัน

นี่เป็นการเริ่มต้นของการพูดวลีคลาสสิกของลูกน้อย นั่นคือ “ไม่...” ซึ่งเป็นพัฒนาการปกติที่เกี่ยวข้องกับจิตใจสำหรับเด็กวัยนี้ แม้คำพูดนี้จะดูธรรมดา แต่มันสื่อถึงความต้องการบางอย่างของลูกน้อย นอกจากนี้ช่วงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะแสดงให้เห็นว่า ลูกน้อยมีหลายอย่างที่อยากทำมากกว่าการกินอาหาร มีสิ่งใหม่ๆ ที่รอให้เขาค้นหา มีสถานที่มมากมายสำหรับนักสำรวจตัวน้อย และกิจกรรมเกมส์สนุกๆ ดังนั้น การปฎิเสธของลูกจึงเป็นการแสดงถึงความต้องการเป็นตัวของตัวเองอย่างหนึ่งนั่นเอง

เด็กวัย 2 ปี มีความชอบเหมือนกันทุกคนหรือไม่?

รับมือกับปัญหา “ลูกกินยาก” ด้วยความเข้าใจ

คุณแม่อาจเคยได้ยินคำพูดที่ว่า เด็กวัย 2 ปีจะมีความชอบอาหารบางชนิดเหมือนๆ กัน เช่น
● ชอบรสชาติที่มีความหวานของน้ำตาลมากกว่ารสอื่นๆ
● ชอบพาสต้า ข้าว และมันฝรั่ง
● ไม่ชอบผัก
● ไม่กล้าลองกินอาหารใหม่ๆ

ทั้งทีเด็กวัยนี้มักพบปัญหากินยากเป็นเรื่องปกติ ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นอาการ “กลัวอาหาร” หรือ “พฤติกรรมเลือกกิน” เด็กจะปฏิเสธอาหารใหม่ๆ โดยมีความระวังตัวในการกินและกลัวในสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่รู้จัก เด็กบางคนอาจมีอาการเหล่านี้ชัดเจนกว่าเด็กคนอื่นๆ แต่อาการนี้มักจะหายไปเมื่ออายุ 6-7 ปี คุณแม่จึงแค่รอเวลาให้อาการเหล่านี้หายไปเอง ต้องมีความอดทน และจำไว้ว่าคุณแม่หลายคนก็ผ่านช่วงเวลานี้มาเช่นกัน การรับมือกับลูกน้อยด้วยวิธีนี้อาจดูตรงไปตรงมาสักนิด แต่จะช่วยให้คุณแม่รับมือกับสถานการณ์นี้ได้ด้วยการเฝ้ารอและปล่อยวาง

สิ่งที่ทำให้ลูกรู้สึกอยากกินอาหารและรสชาติที่ถูกปาก

ความกลัวการกินอาหาร และพฤติกรรมไม่ยอมกินอาหารอาจไม่ใช่สาเหตุที่ลูกปฏิเสธอาหาร เพราะบางทีลูกอาจแค่ไม่รู้สึกหิวในมื้อนั้นก็ได้ เพราะความอยากอาหารอาจแตกต่างกันในแต่ละวัน จะด้วยความเหนื่อยล้าหรือช่วงที่ฟันกำลังขึ้นอาจทำให้ความรู้สึกอยากกินอาหารลดลง ซึ่งคุณแม่ไม่ต้องกังวล เพราะที่สุดแล้วเด็กจะกินอาหารที่เขาอยากกิน และพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ทำลายสุขภาพของลูก ตราบใดที่อัตราการเจริญเติบโตของเขายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ

อีกสาเหตุหนึ่งของปัญหาคือ ลูกน้อยไม่ชอบอาหารที่คุณแม่เตรียมให้ (ลองนึกถึงช่วงที่คุณเกลียดการกินผัก) หากการปฏิเสธอาหารเกิดขึ้นหลายครั้ง คุณแม่สามารถคาดเดาได้ว่า การรับรู้รสของลูกน้อยกำลังบอกให้เขาเกลียดอาหารชนิดนั้นๆ ซึ่งคุณแม่ไม่ต้องกังวลไป เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ส่งผลต่อเสียต่อความสมดุลของการกินอาหารของลูกน้อย

บางครั้งสาเหตุอาจไม่ได้เกิดจากรสชาติของอาหารเสมอไป แต่อาจเกิดจากเนื้อสัมผัสเหนียวหนืดที่ลูกไม่ชอบ ลองใช้กระชอนรูถี่ๆ แยกอาหารที่มีลักษณะเป็นก้อนเหนียวๆ ออกจากกัน หรือแยกเอาเมล็ดเล็กๆ ออกจากราสพ์เบอร์รีบดจะช่วยให้เนื้อสัมผัสดีขึ้น

เทคนิคการรับมือกับปัญหากินยากของเจ้าตัวแสบ

เมื่อลูกน้อยมีอาการต่อต้าน เขาจะเม้มปากแน่น และไม่หลงกลกับการชักชวนให้กินอาหารด้วยเทคนิคใดๆ ที่คุณแม่งัดมาใช้ป้อนลูก (“อ้าาา เครื่องบินพร้อมจะบินเข้าปากหนูแล้วจ้า” “คำนี้กินให้คุณพ่อดูนะคะ” “กินอันนี้แล้วตัวจะโต แข็งแรงนะจ๊ะ” “กาลครั้งหนึ่ง มีเจ้าชายที่น่ารักกินซุปจนหมดถ้วยเลย” “กินข้าวแล้วเดี๋ยวให้กินโยเกิร์ตนะ”) ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ไม่สามารถช่วยได้ คุณแม่อย่าตกใจกับกำแพงที่ลูกน้อยสร้างขึ้น เพราะคุณแม่ยังมีเทคนิคสำคัญที่สามารถช่วยได้ทุกครั้ง (หรือเกือบทุกครั้ง) ซึ่งไม่ใช่การขมขู่และไม่ใช่การต่อรอง คุณแม่เพียงต้องหนักแน่นและให้เหตุผลกับลูก เช่น “หนูไม่อยากกิน ไม่เป็นไรนะ แต่หนูจะไม่ได้กินอะไรอีกเลยจนกว่าจะถึงมื้อถัดไป ยกเว้นน้ำนะจ๊ะ” แต่ต้องยอมรับว่า วิธีนี้อาจไม่ได้ผลในครั้งแรก แต่เมื่อลูกรู้ว่าเขาไม่สามารถควบคุมคุณได้ เขาจะเข้าใจเองว่าเขาจะต้องเป็นคนจัดการกับตัวเอง

สำคัญที่สุดคุณแม่ไม่ควรทำให้มื้ออาหารกลายเป็นสงครามอารมณ์ เพราะลูกจะไม่ยอใกินเพื่อทำให้คุณพอใจ ในทางตรงกันข้ามลูกจะกินเพราะรู้สึกว่า อาหารมื้อนั้นสำคัญกับเขา ซึ่งจะทำให้เขามีความสุขและสร้างความอร่อยให้กับเขามากกว่า คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างการกินอาหาร แต่ควรถามลูกให้ลองชิมและชมเชยเมื่อเขากินได้ หรือแม้แต่เมื่อเขาไม่ชอบก็ตาม จากนั้นจึงค่อยๆ ลองให้ลูกกินใหม่ในอีก 2-3 วันถัดไปด้วยการครีเอตหน้าตาหรือเมนูที่ต่างจากเดิม

อีกหนึ่งทางเลือก คือการเปลี่ยนคนมาช่วยดูแลลูกชั่วคราว เพราะบางครั้งลูกเพียงต้องการให้คุณหยุดคะยั้นคะยอให้เขากินข้าว และมันก็มักจะได้ผลเสมอ ลองขอให้คุณพ่อหรือคนที่สามารถดูแลเด็กเล็กได้มารับช่วงต่อแทน ลูกอาจจะเต็มใจกินหรือลองกินอาหารใหม่ๆ ง่ายขึ้น ซึ่งลูกจะยังคงกินอาหารได้อย่างสมดุลและคุณแม่ก็ไม่ต้องกังวลอีกด้วย จากนั้นคุณแม่ค่อยกลับมาดูแลลูก และสร้างความผ่อนคลายให้เขาหลังเสร็จสิ้นมื้ออาหารนั้นแล้ว

สร้างบรรยากาศให้ลูกจดจ่อกับการกินอาหาร

อย่าเบี่ยงเบนความสนใจของการกินอาหารด้วยสิ่งอื่น ควรปิดทีวีระหว่างมื้ออาหาร และเก็บของเล่นให้พ้นมือ สอนลูกให้สนใจในสีสัน เนื้อสัมผัส และรสชาติของอาหารที่กำลังกิน เช่น “แครอทนี้สีอะไรเอ่ย” และเสิร์ฟอาหารในปริมาณน้อยๆ ดีกว่าการตักอาหารให้ลูกจนพูนจาน ซึ่งจะทำให้เจ้าตัวน้อยรู้สึกอิ่มแน่นและอึดอัดท้อง จนไม่อยากกินอาหารจานโตนี้อีกเลย คุณแม่ควรให้ความสำคัญกับหน้าตาของอาหาร เช่น จานน่ารักๆ ช้อนที่มีสีสันสดใส สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้ลูกน้อยกินอาหารได้ดีขึ้น

From Nestlé global toolkit

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • มาร่วมเดินทางไปกับเรา
  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

0 ทบทวน