Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X

10 คำถามสำคัญเกี่ยวกับโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

(0 ทบทวน)

แม้คุณจะไม่เคยเป็นโรคเบาหวาน ทว่ามีคุณแม่ตั้งครรภ์หลายคน ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้ ดังนั้นคุณควรเรียนรู้และทำความเข้าใจพฤติกรรมการกิน เพื่อลดโอกาสเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

วันศุกร์, มีนาคม 24th, 2017

แนวคิดเพิ่มเติมเรื่องโภชนาการและสุขภาพ: การเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

เรียนรู้: เรียนรู้เกี่ยวกับการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

10 คำถามสำคัญเกี่ยวกับโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

คำถาม: โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์คืออะไร?
คำตอบ: ถ้าคุณกำลังตั้งครรภ์ แต่ไม่เคยป่วยด้วยโรคเบาหวานมาก่อน และมีระดับกลูโคส (น้ำตาล) ในเลือดสูง (มักเกิดขึ้นในไตรมาสที่สอง หรือไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์) แสดงว่าคุณกำลังเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ อินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นทำหน้าที่ได้น้อยลง จึงไม่สามารถนำกลูโคสจากกระแสเลือดของคุณเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงานได้ ผู้หญิงที่เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ส่วนใหญ่จะหายจากโรคทันทีหลังคลอดบุตร ด้วยเหตุผลนี้จึงเชื่อกันว่าฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์ คือตัวการทำให้เกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

คำถาม: ผู้หญิงเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้อย่างไร?
คำตอบ: นักวิทยาศาสตร์ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ สิ่งที่พวกเขารู้ก็คือ คุณมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้มากขึ้นถ้าคุณ
• อ้วน
• ครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคเบาหวาน (เช่น คุณแม่ คุณพ่อ หรือพี่น้องร่วมสายเลือดป่วยเป็นโรคเบาหวาน)
• เคยคลอดลูกที่มีน้ำหนักแรกคลอดมากกว่า 4 กิโลกรัม
• เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน หรือมีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ จากการตั้งครรภ์
• อายุ 35 ปีขึ้นไป

คำถาม: โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์พบได้ปกติหรือไม่ อย่างไร?
คำตอบ: มีคนเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นทั่วโลก นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่คนบางเชื้อชาติ มีแนวโน้มเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น นอกจากนี้จำนวนที่เพิ่มมากขึ้นของผู้หญิงที่อ้วนตอนตั้งครรภ์อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

คำถาม: มีอะไรบ้างไหมที่ฉันสามารถทำได้ เพื่อลดโอกาสที่ฉันจะเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์?
คำตอบ: แม้ว่าปัจจัยบางอย่าง เช่น อายุ หรือประวัติครอบครัวจะเป็นสิ่งที่คุณควบคุมไม่ได้ แต่ข่าวดีคือ มีหลายอย่างที่คุณสามารถทำได้ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

1. รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ตรวจดูว่าน้ำหนักตัวของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมก่อนจะตั้งครรภ์ และเมื่อตั้งครรภ์แล้วให้ควบคุมน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นให้อยู่ใน เกณฑ์ที่แนะนำ นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำมีความเห็นตรงกันว่าน้ำหนักที่เพิ่มมากเกินไประหว่างตั้งครรภ์ ไม่เป็นผลดีกับสุขภาพของคุณหรือลูกน้อย และยังมีผลโดยตรงกับขนาดเมื่อแรกคลอดของทารก ผู้หญิงบางคนที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในขณะตั้งครรภ์อาจคิดว่าพวกเธอได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกแล้ว แต่หลายการศึกษาพบว่า การมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากเกินไประหว่างตั้งครรภ์ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

2. ใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง แม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอก่อนตั้งครรภ์ แต่มันก็ยังไม่สายเกินไปที่จะคิดออกกำลังกายเมื่อตั้งครรภ์ การศึกษาล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายความหนักปานกลางช่วยให้หญิงตั้งครรภ์มีสุขภาพดี สิ่งที่ควรปฏิบัติอยู่เสมอ เมื่อไม่แน่ใจว่าอะไรคือสิ่งที่ปลอดภัยสำหรับคุณ คือการปรึกษากับแพทย์ที่ดูแลคุณ

3. รับประทานอาหารอย่างเหมาะสม คิดถึงสิ่งที่อยู่บนจานอาหารของคุณและปริมาณของมัน การรับประทาน ในปริมาณที่เหมาะสมจากอาหาร 5 กลุ่ม (ผลไม้ ธัญพืช ผัก เนื้อสัตว์/ปลา นมและผลิตภัณฑ์นม) จะช่วยให้ได้รับพลังงานและสารอาหารที่ร่างกายของคุณต้องการ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ และสุขภาพที่ดีของลูกที่จะเกิดมาในอนาคต

4. เลือกรับประทาน ไมโอ-อิโนซิทอล และโปรไบโอติก การวิจัยใหม่ๆ บ่งชี้ว่า การเสริมไมโอ-อิโนซิทอลอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณเป็นคนที่มีความเสี่ยงสูง
เรายังไม่เข้าใจอย่างแน่ชัดถึงการทำงานของไมโอ-อิโนซิทอล แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า มันอาจช่วยเพิ่มความสามารถของเนื้อเยื่อ (เช่น กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อไขมัน) ในการดูดซึมกลูโคสจากเลือดของคุณเข้าไปในเซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน ไมโอ-อิโนซิทอลพบได้ตามธรรมชาติในเซลล์ของสัตว์และพืช รวมทั้งผลไม้และผักสดหลายชนิด
การเสริมโปรไบโอติกบางชนิดอาจช่วยรักษาสมดุลของแบคทีเรียในทางเดินอาหารของคุณ และมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าโปรไบโอติกบางชนิดอาจมีบทบาทในการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้

คำถาม: ฉันต้องตรวจเลือดไหม?
คำตอบ: โดยทั่วไป แพทย์จะเจาะเลือดหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ระหว่าง 24 ถึง 28 สัปดาห์ เพื่อทำการทดสอบเบื้องต้น เพื่อหาโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ แต่ถ้าแพทย์เห็นว่าคุณมีปัจจัยเสี่ยงสูงก็อาจแนะนำให้คุณทำการทดสอบเร็วขึ้น

คำถาม: ถ้าฉันเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ฉันจำเป็นต้องกินยาหรือไม่?
คำตอบ: คุณอาจไม่ต้องกินยา สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ก็คือ เราสามารถจัดการกับโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนอาหารและออกกำลังกาย เพื่อให้กลูโคสในเลือดกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม แต่บางครั้งยาอาจเป็นสิ่งที่จำเป็น แพทย์ที่ดูแลคุณจะให้คำปรึกษากับคุณได้

คำถาม: การเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะเป็นอันตรายกับลูกของฉันไหม?
คำตอบ: ไม่เป็นอันตราย ถ้าควบคุมมันได้ การควบคุมกลูโคสในเลือดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณแม่และลูกมีสุขภาพดี แต่ถ้าไม่สามารถควบคุมได้ และระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับที่สูงมาก กลูโคสที่มีมากเกินไปจะซึมผ่านรกเข้าไปสู่ทารกในครรภ์ กลูโคสส่วนเกินที่อยู่ในเลือดของทารกจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างอินซูลินเพิ่มขึ้น ซึ่งกลูโคสในเลือดและอินซูลินที่มากเกินไปนี้จะกระตุ้นให้มีการสร้างไขมัน และทำให้ทารกมีขนาดตัวใหญ่เกินไปโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย อินซูลินที่ลูกผลิตขึ้นมามากกว่าปกติยังอาจทำให้ระดับกลูโคสในเลือดต่ำเมื่อคลอด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

คำถาม: แต่การที่ทารกตัวใหญ่เป็นสิ่งที่แสดงว่าทารกมีสุขภาพดีไม่ใช่หรือ?
คำตอบ: ไม่ใช่ นี่เป็นความเชื่อผิดๆ ที่พบทั่วไป การที่ทารกตัวโตเกินไปเมื่อแรกคลอดเป็นความเสี่ยงทางสุขภาพที่สูงมาก เพราะทารกที่ตัวโตจะเป็นปัญหาทั้งขณะที่อยู่ในมดลูก หรือเมื่อเคลื่อนตัวผ่านช่องคลอด และยังมีปัญหาการเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะคลอด นอกจากนี้ ทารกแรกคลอดที่ตัวโต ยังมีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาทางการหายใจสูงกว่าด้วย

คำถาม: การเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์จะมีผลกับลูกของฉันเมื่อโตขึ้นหรือไม่?
คำตอบ: ใช่ มันอาจมีผลถ้าไม่สามารถควบคุมโรคได้ ถ้าคุณมีกลูโคสในเลือดสูงระหว่างตั้งครรภ์ คุณก็มีโอกาสที่จะคลอดทารกที่ตัวโต และทารกที่ตัวโตเมื่อแรกคลอด จะมีความเสี่ยงที่จะโตขึ้นเป็นเด็กที่มีน้ำหนักเกิน และเด็กที่มีน้ำหนักเกินก็มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วน

คำถาม: ถ้าฉันเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ฉันควรทำอย่างไร?
คำตอบ: ปฏิบัติตาม 6 ขั้นตอนต่อไปนี้ เพื่อช่วยในการควบคุมโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

1. รู้ระดับกลูโคสในเลือดของคุณ ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลคุณเรื่องวิธีการวัดระดับกลูโคสในเลือด และระดับกลูโคสในเลือดที่เหมาะสมควรมีค่าเท่าไร ทั้งตอนก่อนรับประทานอาหารเช้า และหลังรับประทานอาหาร

2. รับประทานอาหารที่ดีกับสุขภาพ เราทุกคนมีความแตกต่างกัน คุณจึงควรปรึกษานักกำหนดอาหารเกี่ยวกับแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะกับคุณ เพื่อให้คุณได้รับพลังงานและสารอาหาร (โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน) ตามที่ร่างกายคุณต้องการ

3. มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม ระหว่างที่ตั้งครรภ์

4. ออกกำลังกายในความหนักระดับปานกลางต่อไป ตามคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแลคุณ

5. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง

6. พบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ได้ตรวจ และติดตามการเจริญเติบโตของทารก

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • มาร่วมเดินทางไปกับเรา
  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

0 ทบทวน