Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก

(0 ทบทวน)

การได้รู้สาเหตุและอาการของโรคมือเท้าปากจะช่วยให้คุณแม่สามารถระวังและป้องกันลูกน้อยจากโรคที่อันตรายนี้ได้

อังคาร, มีนาคม 13th, 2018

สิ่งที่เกิดขึ้นกับมือและเท้า

โรคมือเท้าปากเกิดจากการติดเชื้อไวรัสโดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี โรคนี้มีอันตรายร้ายแรงหากคุณแม่ไม่รู้วิธีในการตรวจพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ หรือไม่ให้ลูกได้รับการรักษาทันเวลา โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรหรือไวรัสในลำไส้ เช่น คอกแซคกี (Coxsackie) เอนเทอโรไวรัส (Entero virus) เอคโคไวรัส (Echo virus) และไวรัสในลำไส้ชนิดอื่นๆ ช่องทางหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อคือ ระบบทางเดินอาหาร โดยอาจเข้าสู่ปากโดยตรง หรือปนเปื้อนมากับน้ำดื่ม และอาหาร มือที่สกปรก อุจจาระ หรือจากภาวะท้องเสียในบางกรณี

โรคมือเท้าปาก

รู้ได้อย่างไรว่าลูกติดเชื้อโรคมือเท้าปาก?

อาการที่บ่งบอกโรคมือเท้าปาก
● อาการแรกเริ่มของโรคคือ มีไข้อ่อนๆ หรือมีไข้สูงถึง 38-39 องศาเซลเซียส
● เหนื่อยง่าย ร้องไห้บ่อย
● เบื่ออาหาร ไม่อยากทานอาหาร
● มีผื่นขึ้น ซึ่งจะขึ้นภายใน 1-2 วัน ซึ่งมีลักษณะเป็นตุ่มแดงขนาด 2-3 มิลลิเมตร บนผิวหนัง จากนั้นจะกลายเป็นตุ่มพองใส มีแผลร้อนใน ตุ่มแดงหรือตุ่มใสเกิดขึ้นในช่องปาก เหงือก และลิ้น มีตุ่มใสขึ้นตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า ลำตัว และก้น
● บางกรณีที่อาจพบได้ไม่บ่อยนัก อาจมีการติดเชื้อที่ระบบประสาทส่วนกลางด้วย เช่น มีอาการง่วงซึม ท้องเสีย เพ้อ หรือชัก เป็นต้น
● เด็กที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปากมักจะหายภายใน 1 สัปดาห์ หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตุ่มน้ำใสจะเริ่มแห้ง หากมีการติดเชื้อหลายจุด อาจเห็นเป็นรอยดวงๆ เมื่อหายแล้วให้ทายาเพื่อรักษารอยแผลเป็น แต่ถ้าลูกน้อยไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไข้สมองอักเสบ และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด หากมีการแทรกซ้อนในส่วนของสมองอาจทำให้เสียชีวิตได้

คุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยที่ป่วยได้อย่างไร

การรักษาโรคมือเท้าปากเป็นการรักษาตามอาการ เมื่อพบว่าลูกป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก คุณแม่ควรแยกลูกออกจากเด็กคนอื่นๆ ประมาณ 10 วัน ในปัจจุบัน ยังไม่มียาเฉพาะที่สามารถรักษาโรคมือเท้าปากได้ ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงของภาวะผิวหนังอักเสบ คุณแม่จึงจำเป็นต้องรักษาความสะอาดร่างกายลูกน้อย อาบน้ำทุกวัน ดูแลผิวด้วยน้ำอุ่น ใช้เสื้อผ้าที่สะอาดทุกวัน ตัดเล็บให้สั้นเพื่อหลีกเลี่ยงแผลจากการเผลอเกาในบริเวณที่เป็นตุ่ม ให้ลูกพักผ่อนอย่างเพียงพอ ลดการออกกำลังกาย จัดอาหารที่ตอบสนองความต้องการด้านโภชนาการของร่างกาย สำหรับเด็กทารก ให้อาหารเหลว หรืออาหารเนื้อนิ่ม ให้ลูกดื่มน้ำอย่างเพียงพอ เช่น น้ำต้มสุกแช่เย็น น้ำผลไม้ น้ำซุป หรือน้ำข้าวต้ม เป็นต้นเด็กที่มีภาวะของไข้ละอองฟาง หรือโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ยังสามารถรับลมและแสงแดดได้ แต่พยายามอย่าทำให้ตุ่มน้ำแตก เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังได้ หมั่นสังเกตลักษณะและการเปลี่ยนแปลงของแผลที่ผิวหนังและอาการของลูกน้อย หากลูกมีสัญญาณของไข้สูง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน มึนศีรษะ ท้องเสีย ชักเกร็ง อ่อนเพลีย คุณแม่ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อรักษาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ของโรค

เทคนิคการป้องกันโรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก

สาเหตุของโรคมือเท้าปากยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด และยังไม่มีวัคซีนใดๆ ที่จะป้องกันโรคนี้ได้ ดังนั้น การป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีกว่าการรักษาเสมอ ซึ่งสามารถทำได้ดังนี้ รักษาสุขอนามัยบริเวณที่เด็กอยู่ให้มากขึ้น ดูแลกำจัดน้ำเสียอย่างเหมาะสม ป้องกันการติดเชื้อในน้ำดื่มน้ำใช้ หลังการขับถ่ายของเด็กที่มีการติดเชื้อต้องมีการฆ่าเชื้อและล้างมือให้สะอาด

• ส่งเสริมให้ลูกน้อยล้างมือด้วยสบู่วันละหลายๆ ครั้ง โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ หรือหลังการเล่น การทำกิจกรรมต่างๆ
• สวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกไปข้างนอก
• ให้ความสำคัญกับความสะอาดของอาหาร และการกิน กินอาหารที่ปรุงสุก ดื่มน้ำที่ผ่านการต้มจนเดือด ทำความสะอาดอาหารก่อนนำไปปรุง ล้างมือหลังการเข้าห้องน้ำ และก่อนป้อนข้าวลูกน้อย
• อย่าปล่อยให้ลูกเลียหรืออมนิ้วมือ หรือของเล่นต่างๆ
• ไม่ใช้ผ้าเช็ดหน้า อุปกรณ์การรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
• รักษาความสะอาดภายในบ้าน ทำความสะอาดของใช้ส่วนตัว ล้างทำความสะอาดและนำของเล่นในห้องน้ำออกผึ่งแดด เช็ดทำความสะอาดของใช้ต่างๆ เป็นประจำทุกๆ 2 สัปดาห์ เช่น ของเล่น อุปกรณ์การเรียน ลูกบิดประตู ราวจับบันได โต๊ะเขียนหนังสือ เก้าอี้ พื้น เป็นต้น

การดูแลเหล่านี้จะช่วยให้คุณแม่สามารถปกป้องลูกน้อยและสมาชิกในครอบครัวจากโรคมือเท้าปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • เรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับโภชนาการในแต่ละช่วงวัย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

0 ทบทวน