Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X

ปัญหาในการให้นมลูก?

(0 ทบทวน)

ปฏิบัติตามวิธีการแก้ไขที่ทำได้จริงเหล่านี้

อังคาร, พฤศจิกายน 8th, 2016

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่จะทำและต้องใช้ความอดทนในบางครั้ง ต่อไปนี้คือความวิตกกังวลที่พบได้ในคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ และวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น

 

อาการเจ็บหัวนม

อาการเจ็บหัวนมเป็นอาการที่พบได้ปกติเมื่อคุณแม่เริ่มให้นมลูกหลังจากคลอดใหม่ๆ อาจรู้สึกไม่ค่อยสบายนิดหน่อยตอนลูกดูดนม แต่อาการจะหายไปภายในหนึ่งนาทีหลังจากนั้น อาการเจ็บหัวนมอาจเกิดจากการที่ลูกอ้าปากไม่กว้างพอจึงอมได้แค่หัวนมแต่ไม่ลึกไปถึงลานนม (อันเนื่องจากท่าอุ้มไม่เหมาะสม) ลูกกัดหัวนมแรงเพราะเคยชินจากการดูดนมจากขวด หรือการใช้จุกนมปลอม หรืออาจเกิดจากการเลือกใช้ขนาดของกรวยปั๊มนมไม่เหมาะสม แล้วควรทำอย่างไรดี?

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • ให้นมลูกแบบสัมผัสเนื้อแนบเนื้อ เพราะถ้าลูกร้องไห้ระหว่างให้นม หรือรู้สึกเครียด การทำแบบนี้จะช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย
  • รอจนกว่าลูกจะสงบ และเริ่มมองรอบๆ ตัว แสดงว่าถึงเวลาที่เหมาะสมในการให้ลูกดูดนมจากเต้า
  • ลองเปลี่ยนท่าให้นมให้เหมาะสมกับตำแหน่งปากของลูก เช่น  ท่าลูกนอนขวางบนตัก (cross-cradle) และท่าอุ้มลูกฟุตบอล (rugby hold) ซึ่งเป็นท่าที่ช่วยประคองศีรษะและคอของลูกมากกว่าท่าอื่น ซึ่งอาจช่วยให้ลูกดูดนมได้ดีขึ้น
  • ถ้าจมูกลูกถูกกดไปกับเต้านมของคุณแม่ ให้อุ้มลูกต่ำลงเล็กน้อยเพื่อให้จมูกลูกออกห่างจากเต้านม และให้คางลูกเข้าไปอยู่ใต้เต้านมแทนจะช่วยให้ดูดนมได้ดีขึ้น ระวังไม่ให้ศีรษะของลูกก้มไปด้านหน้า หรือแหงนไปด้านหลังมากเกินไป
  • ให้ลูกดูดนมจากเต้าข้างที่เจ็บน้อยที่สุดก่อน เพราะลูกมักจะดูดนมแรงเวลาหิวมากๆ
  • รู้วิธีนำลูกออกจากเต้านมที่ถูกต้อง  อย่าดึงลูกออกจากเต้านมก่อนที่ลูกจะหยุดดูดนม  ให้หยุดลูกดูดนมก่อนโดยใช้นิ้วกดลงไประหว่างเต้านมของคุณกับเหงือกของลูกก่อนนำลูกออกจากเต้านม
  • บีบน้ำนมสองสามหยดทาบริเวณลานนมและหัวนมทั้งสองข้างหลังจากให้นมลูกทุกครั้งและปล่อยให้น้ำนมระเหยจนหัวนมแห้งเอง วิธีนี้จะช่วยป้องกันและบรรเทาความเจ็บตึงของหัวนม
  • ถ้าคุณแม่ใช้เครื่องปั๊มนมที่มีกรวยสำหรับปั๊มนมหลายขนาด ให้ลองดูว่าขนาดไหนเหมาะกับเต้านมของคุณแม่ที่สุด ผู้ให้คำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ในโรงพยาบาล อาจช่วยตรวจดูและแนะนำขนาดของกรวยปั๊มนมที่เหมาะสมให้กับคุณแม่ได้
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายนุ่มๆ หรืออย่างน้อยก็ในบริเวณที่สัมผัสหรือเสียดสีกับทรวงอกของคุณแม่ (เสื้อชั้นในสำหรับให้นม หรือเสื้อที่ไม่รัดเกินไปบริเวณทรวงอก)
  • ถ้าคุณแม่รู้สึกเจ็บหัวนมมากจนไม่สามารถสวมเสื้อชั้นใน หรือไม่สามารถถูกผ้าสัมผัสได้ ให้ใช้ปทุมแก้ว (breast shell) ซึ่งทำจากพลาสติกหรือซิลิโคนเป็นรูปโดม ที่มีช่องเปิดขนาดใหญ่บริเวณหัวนม และมีรูระบายอากาศบริเวณด้านบน

 

 

 

 

อาการคัดเต้านม

การที่เต้านมคัดตึง แข็งขึ้น และบวมหลังการคลอดไม่กี่วัน อาจเกิดจากการเริ่มให้นมลูกช้าหรือให้ลูกดูดไม่บ่อยพอ หรืออาจเกิดจากการที่เต้านมผลิตน้ำนมสะสมไว้มากเกินไป การบีบน้ำนมออกจากเต้าทำได้ไม่ดี หรือบีบออกไม่มากพอ การให้อาหารเสริมกับทารก การหย่านมเร็ว หรือการบวมของเต้านม

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • ลดแรงดันในเต้านมของคุณแม่ให้เร็วที่สุด โดยอาจให้ลูกดูดนม ใช้มือบีบ หรือใช้เครื่องปั๊มนมออกจากเต้านม ถ้าเต้านมของคุณแม่มีน้ำนมมากเกินไปจนลูกดูดนมไม่สะดวก ให้บีบนมด้วยมือหรือปั๊มนมออกก่อนเล็กน้อยเพื่อให้เต้านม ลานนมและหัวนมนิ่มลง
  • ให้ลูกดูดนม หรือปั๊มนมทุก 2 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้น้ำนมไหลได้ดีและระบายนมออกจากเต้าซึ่งทำให้เต้านมไม่เต็มจนเกินไปและช่วยลดอาการคัดตึงของเต้านม จำไว้ว่าควรให้ทารกแรกเกิดดูดนมแม่อย่างน้อย 8-12 ครั้งต่อวัน (24 ชั่วโมง)
  • อาบน้ำอุ่น หรือนำผ้าชุบน้ำอุ่นมาประคบบนเต้านม
  • ถ้าลูกดูดนมแม่ไม่นานพอที่จะทำให้เต้านมนุ่มลง ให้ปั๊มนมต่อจนกระทั่งเต้านมทั้งสองข้างนิ่มลง
  • ใช้แผ่นประคบเย็นระหว่างให้นมลูก
  • ถ้ามือ และ/หรือข้อเท้าของคุณแม่บวมเนื่องจากมีของเหลวคั่งมากเกินไป เต้านมของคุณแม่ก็อาจบวมจากสาเหตุเดียวกัน พยายามกำจัดของเหลวส่วนเกินออกไปจากหัวนมและลานนม โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้จับที่ส่วนคอของหัวนมแล้วกดลงไปบนหน้าอกประมาณ 1 นาที จะช่วยให้หัวนมนิ่มลง และให้นมลูกหรือปั๊มนมได้ง่ายขึ้น

 

รู้สึกเจ็บจี๊ดในเต้านม

คุณแม่บางคนอาจมีอาการเจ็บจี๊ด หรือปวดเต้านมเวลาที่ลูกเริ่มดูดนม

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • ไม่ต้องกังวลถ้ารู้สึกเจ็บแค่ไม่กี่วินาทีหรือรู้สึกเจ็บเมื่อลูกเริ่มดูดนม เพราะเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นเมื่อน้ำนมหลั่งออกมาจากเต้านม

 

อาการปวดเต้านม

คุณแม่รู้สึกปวดเต้านมในช่วงสองถึงสามวันแรกหรือเปล่า? การที่เต้านมคัดตึงในวันแรกๆ หลังคลอดแต่เต้านมไม่บวมขึ้น อาจเกิดเพราะน้ำนมกำลังเปลี่ยนจากน้ำนมแม่ระยะแรกคลอดไปเป็นน้ำนมแม่ปกติ ซึ่งมักเป็นช่วง 2-5 วันหลังคลอด แต่ถ้าคุณแม่รู้สึกเจ็บและแสบร้อน หรือมีรอยปื้นแดง หรือมีไข้ (อุณหภูมิสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส) แสดงว่าอาจมีการติดเชื้อที่เต้านม ให้ปรึกษาสูติแพทย์ เพราะจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างถูกต้องค่ะ

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • นวดเบาๆ ที่ด้านบนของเต้านม
  • ประคบด้วยแผ่นเจลร้อน หรือแผ่นเจลเย็น
  • อาบน้ำอุ่น
  • ให้ลูกดูดนมบ่อยๆ อย่างน้อย 8-12 ครั้งต่อวัน (24 ชั่วโมง)
  • อุ้มลูกให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องในขณะที่ให้ลูกดูดนม ลูกควรอยู่ในท่านอนและหันทั้งตัวเข้าหาคุณแม่
  • ตรวจดูว่าหัวนมและลานนมส่วนใหญ่อยู่ในปากลูก ลิ้นลูกอยู่ที่ด้านล่างของลานนม และรอให้ลูกหยุดดูดก่อนเอาหัวนมออกจากปากลูก โดยการเอานิ้วสอดไว้ระหว่างหัวนมของคุณกับเหงือกของลูกเพื่อให้ลูกหยุดดูดนม

 

น้ำนมพุ่ง

การที่น้ำนมพุ่งแรงอาจทำให้ลูกไอ สำลัก หรือเบือนหน้าออกจากเต้านม สาเหตุของการที่น้ำนมพุ่งมักเกิดจากการตอบสนองของฮอร์โมนซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละคน หรืออาจเกิดจากการสร้างน้ำนมที่มากเกินไป

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • ช่วยให้ลูกควบคุมการไหลของน้ำนมได้ดีขึ้นด้วยการปรับท่าทางที่ให้ลูกดูดนม โดยอุ้มลูกด้วยท่าอุ้มลูกฟุตบอล หรือการให้ลูกดูดนมในท่านอนตะแคง (ทั้งลูกและคุณแม่นอนตะแคงข้างขณะให้นม) หรือใช้ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนเพราะจะทำให้น้ำนมไหลช้าลง
  • บีบน้ำนมออกเล็กน้อยก่อนให้ลูกดูดเพื่อลดการไหลของน้ำนมที่อาจจะพุ่งออกมา แล้วค่อยให้ลูกดูดนม
  • ใช้แผ่นซิลิโคนครอบเต้านม (breast shield) ครอบบนเต้านมแม่ก่อนให้ลูกดูด วิธีนี้จะลดแรงพุ่งของน้ำนมได้ แต่การใช้แผ่นซิลิโคนครอบเต้านมอย่างถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ จึงควรขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาจากการใช้อย่างไม่ถูกต้อง

 

หัวนมแตก

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อาจทำให้หัวนมแตก ซึ่งเกิดจากการปรับสภาพเพื่อเตรียมให้นมลูก หรือเกิดจากการทำความสะอาดหัวนมด้วยสบู่ หรือการใช้แอลกอฮอล์เช็ด

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • ใช้บาล์มอ่อนๆ ทาเพิ่มความชุ่มชื้น (เลือกชนิดที่ไม่มีลาโนลิน, ใช้ส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้นจากธรรมชาติที่มีโอกาสทำให้เกิดอาการแพ้ต่ำ (hypoallergenic)) เพื่อบรรเทาการแตก และดูแลเต้านมที่บอบบาง
  • ทำความสะอาดเต้านมและหัวนมด้วยสบู่อ่อนๆ และน้ำสะอาด ไม่ใช้สบู่มากเกินไป และไม่ใช้แอลกอฮอล์เช็ด เพราะจะทำให้ผิวแห้งและแตก
  • หลังจากให้นมเสร็จให้บีบน้ำนมทาที่หัวนม แล้วปล่อยให้แห้งเอง
  • นำแผ่นเจลบรรเทาความเจ็บมาวางที่ด้านในของเสื้อชั้นในเพื่อป้องกันการเสียดสี แผ่นเจลจะช่วยให้รู้สึกเย็น

 

ท่อน้ำนมอุดตัน

การมีก้อนไตแข็งๆ ที่กดแล้วเจ็บบริเวณเต้านมหรือรักแร้อาจเป็นสัญญาณแสดงถึงการมีท่อน้ำนมอุดตัน สาเหตุที่อาจทำให้ท่อน้ำนมอุดตันมีหลายอย่าง เช่น ให้ลูกดูดนมน้อยเกินไป (ดูดน้ำนมไม่เกลี้ยงเต้า) มีแผลเป็นอยู่ภายในเต้านม โครงของเสื้อชั้นใน การสวมเสื้อชั้นในที่คับเกินไป การให้ลูกดูดนมในท่าเดิมทุกครั้ง หรือการที่รูของท่อน้ำนมอุดตัน

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • ประคบร้อนในบริเวณที่เป็นเพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด โดยอาจจะอาบน้ำอุ่น หรือใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นก็ได้
  • ใช้มือค่อยๆ นวดหรือบีบเต้านมอย่างระมัดระวังในขณะที่เต้านมยังอุ่นอยู่
  • ให้ลูกดูดนมข้างที่มีอาการดังกล่าวบ่อยๆ ซึ่งจะช่วยให้หายอุดตันและน้ำนมไหลได้สะดวกขึ้นและช่วยระบายนมที่เต็มเต้า
  • นวดบริเวณที่เป็นในขณะที่ให้ลูกดูดนม และช่วงที่ลูกหยุดพักการดูดนม
  • ปรับเปลี่ยนท่าให้นมลูก
  • หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อชั้นในที่คับ และหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อชั้นในที่มีโครง เพราะอาจไปขัดขวางการไหลของน้ำนม
  • ถ้าเต้านมมีก้อนแข็ง และมีสีแดง พร้อมกับมีอาการไข้ร่วมด้วย อาจเป็นอาการของการติดเชื้อที่เต้านม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ทันที

 

น้ำนมไหลช้า

การที่น้ำนมไหลออกจากเต้านมช้า คือน้ำนมเริ่มไหลออกมาหลังจากให้ลูกดูดนมนานกว่า 10 นาที ซึ่งอาจเกิดจากการที่คุณรู้สึกเครียด หรือวิตกกังวลเกี่ยวกับการให้นมลูก หรือท่าที่คุณนั่งให้นมลูกไม่สบาย หรืออาจเกิดจากประสบการณ์ที่เคยเจ็บปวดจากการให้นมลูก

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • สร้างความรู้สึกผ่อนคลายด้วยการร้องหรือฮัมเพลง อ่านหนังสือ หรือพูดคุยกับลูกในขณะที่ให้นม
  • ใช้มือนวดเต้านมเบาๆ ก่อนจะให้ลูกดูดนม
  • ให้นมลูกในบรรยากาศที่สงบ และปราศจากความเครียด
  • ปรับให้ลูกดูดนมในท่าที่ช่วยให้คุณรู้สึกสบายขึ้น

 

น้ำนมไหลซึมออกมา

การมีน้ำนมไหลซึมออกมาจากเต้านมระหว่างรอให้ลูกดูดนมครั้งต่อไป อาจเกิดขึ้นเมื่อใกล้ถึงเวลาให้นมลูก หรือเกิดขึ้นจากการตอบสนองของฮอร์โมนเมื่อได้ยินเสียงลูกร้อง

การแก้ไขเบื้องต้น

  • ใช้แผ่นซับน้ำนม หรือพับผ้าเช็ดหน้าที่สะอาดมาวางไว้ภายในเสื้อชั้นในเพื่อซับน้ำนม อย่าลืมเปลี่ยนบ่อยๆ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่มักจะเจริญเติบโตได้ดีในที่อบอุ่นและชุ่มชื้น!
  • กดบริเวณหัวนมของคุณแม่เพื่อลดการตอบสนอง

 

น้ำนมน้อยลง

มีหลายสาเหตุที่ทำให้น้ำนมมีปริมาณลดลง โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสามารถของร่างกายคุณแม่ในการสร้างน้ำนม นั่นคือ

  • การให้นมผงเสริม
  • การที่คุณแม่ต้องกลับไปทำงาน
  • ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางชนิด ที่ทำให้การสร้างน้ำนมลดลง
  • ความเครียดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก หรือเกิดมีอาการเครียดแบบเฉียบพลัน
  • ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • ให้ลูกดูดนมบ่อยขึ้น หรือปั๊มนมในแต่ละวันให้บ่อยขึ้น
  • ให้สัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อในขณะให้นมลูก
  • นวดเต้านมก่อนให้ลูกดูดนม และระหว่างที่ลูกดูดนม
  • พยายามผ่อนคลายไปกับลูก และพักผ่อนให้มากขึ้น
  • ทำใจให้สบาย และดื่มน้ำให้มากขึ้น

 

มีน้ำนมมากเกินไป

ถ้าคุณแม่รู้สึกคัดเต้านมมาก และลูกดูดนมไม่เกลี้ยงเต้า หรือยังคงมีน้ำนมพุ่งออกมาเมื่อลูกดูดนมจนอิ่มแล้ว หรือลูกรู้สึกหงุดหงิดหลังจากป้อนนมไปได้ไม่กี่นาที และหันหน้าออกจากเต้านมของคุณแม่บ่อยๆ แสดงว่าร่างกายของคุณแม่ผลิตน้ำนมมากเกินไป ซึ่งมักเกิดจาก ฮอร์โมน การปั๊มนมบ่อยเกินไป หรือร่างกายกำลังปรับปริมาณน้ำนมในช่วง 4-6 สัปดาห์หลังคลอดเพื่อให้มีน้ำนมเพียงพอกับความต้องการของลูก

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • ช่วยให้ลูกควบคุมการไหลของน้ำนมได้ดีขึ้นด้วยการปรับท่าทางที่ให้ลูกดูดนม โดยอุ้มลูกด้วยท่าอุ้มลูกฟุตบอล หรือให้ลูกดูดนมในท่านอนตะแคง (ทั้งลูกและคุณนอนตะแคงข้างขณะให้นม) หรือใช้ท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนเพราะจะทำให้น้ำนมไหลช้าลง
  • ในการให้นมแต่ละครั้งให้ลูกดูดนมเพียงเต้าเดียว และให้ปั๊มนมจากอีกเต้าออกเพื่อช่วยให้รู้สึกสบายขึ้นถ้ารู้สึกคัดเต้านมในขณะที่รอให้นมลูกครั้งต่อไป แต่ไม่ควรปั๊มนมนานกว่า 1 นาที
  • ให้ลูกดูดนมจากเต้าเดิม ถ้าลูกต้องการดูดนมเพิ่มหลังจากการให้นมครั้งล่าสุดภายในไม่เกิน 2 ชั่วโมง แล้วค่อยให้ลูกดูดนมจากอีกเต้าในการให้นมครั้งต่อไป

 

ลูกอมหัวนมยาก

การที่ลูกอ้าปากงับหัวนมแม่ แต่ไม่สามารถอมหัวนมเพื่อดูดน้ำนมได้ มักเกิดจากการใช้ขวดนม หรือจุกนมปลอม หัวนมบอด หรือหัวนมบุ๋ม หรือแม้แต่การที่ลูกง่วงนอนมากเกินไป

 

การแก้ไขเบื้องต้น

  • หลีกเลี่ยงการใช้จุกนมปลอม หรือการให้ดูดนมจากขวดในช่วง 3-4 สัปดาห์แรกหลังคลอด เพื่อให้ลูกเรียนรู้วิธีการดูดนมแม่อย่างถูกต้อง
  • ให้สัมผัสแบบเนื้อแนบเนื้อในระหว่างมื้อนมให้บ่อยที่สุด เพื่อช่วยให้ลูกหลับสนิท และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ จะช่วยให้ลูกดูดนมครั้งต่อไปได้ดีขึ้น
  • ให้ลูกดูดนมทันทีตั้งแต่ลูกเริ่มแสดงสัญญาณให้รู้ว่าหิว บีบให้มีน้ำนมออกมา 1-2 หยดบนหัวนม ก่อนจะให้ลูกดูดนม
  • บีบนมจากเต้าเล็กน้อยโดยใช้มือหรือเครื่องปั๊มนมก่อนจะให้ลูกดูดนม เพื่อให้ลานนมนุ่มลงและกระตุ้นการไหลของน้ำนม ซึ่งจะช่วยให้ลูกดูดแล้วมีน้ำนมไหลออกมาทันที
  • ลองเปลี่ยนท่าให้นมลูก
  • ถ้าหัวนมยังบอดหรือบุ๋มแม้จะเพิ่งปั๊มนม ให้ลองใช้แผ่นซิลิโคนแปะที่หัวนม (nipple shield) แต่คุณควรถามที่ปรึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถึงวิธีการใช้อย่างถูกต้อง เพราะถ้าใช้ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • มาร่วมเดินทางไปกับเรา
  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

0 ทบทวน