Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
การตรวจสุขภาพครรภ์

การตรวจสุขภาพครรภ์

(0 ทบทวน)

คุณแม่จะได้รับการตรวจสุขภาพครรภ์ตลอดช่วง 9 เดือนของการตั้งครรภ์ เพราะจุดประสงค์ของการตรวจสุขภาพครรภ์ คือการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย และเตรียมพร้อมสำหรับวันสำคัญที่สุดของลูกน้อย

จันทร์, กุมภาพันธ์ 26th, 2018

การตรวจสุขภาพครรภ์ และสิ่งที่คุณแม่ควรรู้

การตรวจสุขภาพครรภ์

คุณแม่จะได้รับการตรวจต่างๆ ตลอดช่วง 9 เดือนของการตั้งครรภ์ ข้อมูล ผลการตรวจต่างๆ ที่เกี่ยวกับลูกน้อยตั้งแต่ตอนอยู่ในครรภ์จะถูกบันทึกเอาไว้อย่างดี จุดประสงค์ของการตรวจสุขภาพครรภ์ คือการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย และเตรียมพร้อมสำหรับวันสำคัญที่สุดของลูกน้อย

การตั้งครรภ์ไม่ใช่ภาวะป่วย ถึงแม้คุณจะได้พบแพทย์ที่หลากหลาย คุณควรทำใจให้สบาย ไม่ต้องกลัวกับการพบแพทย์ หรือการตรวจต่างๆ แพทย์เป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยให้การตั้งครรภ์ของคุณเป็นไปได้ด้วยดี

การตรวจครรภ์ครั้งแรก

หลังจากชุดตรวจการตั้งครรภ์แสดงผล 2 ขีดให้คุณดีใจแล้ว คุณควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจครรภ์เป็นครั้งแรก อย่างช้าที่สุดก่อนอายุครรภ์ครบ 3 เดือน การตรวจครรภ์ครั้งแรกนี้จะเป็นการรวบรวมข้อมูลสุขภาพของคุณ เช่น น้ำหนักตัว ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ และประวัติการเจ็บป่วย เช่น เบาหวาน และความดันโลหิตสูง เป็นต้น

สูตินรีแพทย์จะระบุวันที่คุณเริ่มตั้งครรภ์ และวันครบกำหนดคลอด แพทย์อาจทำการตรวจคัดกรองภาวะต่างๆ ที่จำเป็น หากคุณไม่เคยทำการตรวจมาก่อน เช่น
● ตรวจเลือด เพื่อคัดกรองโรคซิฟิลิส โรคหัด ตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) โรคเอดส์ และเพื่อระบุกรุ๊ปเลือด และหมู่เลือดระบบ Rh
● ตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจหาโปรตีนอัลบูมิน

การตรวจสุขภาพครรภ์ในแต่ละเดือน

หลังจากการพบแพทย์ครั้งแรก คุณจะได้รับนัดการตรวจสุขภาพครรภ์อีกประมาณ 6 ครั้งก่อนครบกำหนดคลอด คุณควรเข้ารับการตรวจครรภ์ทุกเดือนตั้งแต่เดือนที่ 4 ของการตั้งครรภ์ที่สถานพยาบาลหรือที่โรงพยาบาล การตรวจแต่ละครั้งมักประกอบด้วบ การชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจของแม่และทารก เป็นต้น ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของการตั้งครรภ์ (อายุครรภ์ประมาณ 4 เดือน) แพทย์อาจให้คุณตรวจ triple test หรือตรวจสารชีวเคมีและฮอร์โมนในเลือด 3 ชนิดเพื่อประเมินความเสี่ยงการเกิดทารกกลุ่มอาการดาวน์ ซึ่งเกิดจากการที่โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 โครโมโซม

นอกจากนี้ ในแต่ละเดือนคุณจะได้รับการตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจหาโปรตีนอัลบูมิน
ถ้าคุณยังไม่เคยได้รับวัคซีนภูมิคุ้มกันต่อเชื้อทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) มาก่อน ก็จะมีการตรวจเลือดเพื่อยืนยันว่าคุณไม่ติดเชื้อทอกโซพลาสโมซิสด้วย

การตรวจอัลตราซาวน์

การตรวจสุขภาพครรภ์

การตรวจอัลตราซาวน์ครั้งแรก (ในช่วงอายุครรภ์ 9-11 สัปดาห์) อาจช่วยให้คุณเห็นเพศของทารก และรู้วันแรกที่เริ่มตั้งครรภ์ (วันที่เกิดการปฎิสนธิ) พร้อมทั้งการวัดขนาดของทารกดังนี้
● ความยาวของศีรษะ (CRL) ซึ่งถือเป็นค่าที่แม่นยำที่สุดที่ใช้ในประเมินอายุครรภ์ โดยวัดความยาวของทารกตามแนวยาว
● ความหนาของเนื้อเยื่อต้นคอทารก (NT) เพื่อคัดกรองความผิดปกติทางรูปร่างของทารกเมื่ออายุ 11-14 สัปดาห์ หากมีความหนามากกว่า 3 มิลลิเมตร แพทย์จะแนะนำให้ตรวจปัสสาวะเพิ่มเติม
การตรวจอัลตร้าซาวน์ครั้งที่ 2 (อายุครรภ์ 19-21 สัปดาห์) แพทย์จะสามารถระบุเพศของทารกได้ โดยการจัดตำแหน่งของทารกและอัลตร้าซาวน์ดูลักษณะของอวัยวะเพศ
การตรวจอัลตร้าซาวน์ครั้งที่ 3 (อายุครรภ์ 29-31 สัปดาห์) ช่วยยืนยันพัฒนาการ การเจริญเติบโตของทารก และตำแหน่งของรก

การตรวจน้ำคร่ำ

การตรวจน้ำคร่ำเป็นการตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารกในครรภ์จากตัวอย่างของน้ำคร่ำ โดยการใช้เข็มขนาดเล็กเจาะผ่านหน้าท้องของคุณแม่ การตรวจนี้ควรทำในหญิงตั้งครรภ์ที่มีผลตรวจ triple test เป็นบวกหรือพบความผิดปกติจากการอัลตร้าซาวน์ รวมทั้งในหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมากกว่า 38 ปี การตรวจน้ำคร่ำเป็นวิธีที่สามารถยืนยันความผิดปกติหากทารกมีความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 21

หลังจากการเจาะน้ำคร่ำ ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเจ็บปวดมาก แพทย์จะแนะนำให้คุณแม่พักผ่อนเต็มที่เป็นเวลา 1-2 วัน ความเสี่ยงในการแท้งจากการตรวจน้ำคร่ำ มีน้อยกว่า 1% ส่วนผลการตรวจจะทราบได้หลังการตรวจ 15 วัน

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • เรียนรู้เพิ่มเติม เกี่ยวกับโภชนาการในแต่ละช่วงวัย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

0 ทบทวน