Sorry, you need to enable JavaScript to visit this website.
แชร์สิ่งนี้ บทความ
X
โภชนาการเด็กวัยเตาะแตะช่วงอายุ 1-2 ปี

โภชนาการเด็กวัยเตาะแตะช่วงอายุ 1-2 ปี

(0 ทบทวน)

คุณแม่ทราบดีว่าเด็กวัยเตาะแตะเป็นวัยที่มีพลังในตัวเองและไม่ยอมหยุดนิ่ง อาหารและขนมแต่ละคำที่เด็กวัยนี้รับประทานจึงต้องมีประโยชน์เพื่อการเจริญเติบโต และเพิ่มขนาดของร่างกาย

วันศุกร์, มีนาคม 2nd, 2018

เด็กวัยนี้ต้องการวิตามินและสารอาหารเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและพัฒนาการต่างๆ อาหารจึงควรอัดแน่นไปด้วยสารอาหารที่จำเป็น เพื่อให้ลูกน้อยสามารถกินหมดได้โดยไม่แน่นท้องจนเกินไป แต่เน้นการกินให้บ่อยตลอดทั้งวัน โดยทั่วไปเด็กวัยนี้ควรรับประทานอาหารมื้อหลัก 3 มื้อ และอาหารมื้อว่างที่มีประโยชน์อีก 2-3 มื้อต่อวัน ลูกน้อยวัย 1 ปี ต้องการอาหารทุกกลุ่มอย่างครบถ้วนในทุกๆ วัน ซึ่งปริมาณอาหารแต่ละกลุ่มที่เด็กวัยนี้ควรได้รับมีดังนี้

โภชนาการเด็กวัยเตาะแตะช่วงอายุ 1-2 ปี

กลุ่มอาหาร ปริมาณที่ควรบริโภคในแต่ละวัน* ตัวอย่างปริมาณอาหาร 1 วัน

• นม 470 มิลลิลิตร
• กลุ่มข้าว แป้ง วันละ 3 ทัพพี ข้าว-แป้ง 1 ทัพพี เท่ากับ

• ข้าวสวย 1 ทัพพี

• ข้าวเหนียว ครึ่ง ทัพพี

• ขนมปังโฮลวีท 1 แผ่น

• ขนมจีน 1 จับใหญ่

• ก๋วยเตี๋ยว 1 ทัพพี

• เผือก 1 ทัพพี

• ข้าวโพดสุก 1 ฝัก

• อาหารต่อไปนี้ให้เป็น:

• แครกเกอร์ 2 ชิ้น

• ซีเรียลข้าวโอ๊ต ¼ ถ้วย

• ผักต่างๆ 170 มิลลิลิตร ผักบด หรือผักหั่นชิ้นเล็กๆ ต้มจนนิ่ม ผักปอกเปลือกหั่นละเอียด ขนาดถ้วย 60 มิลลิลิตร

• ผลไม้ต่างๆ 170 มิลลิลิตร ผลไม้บด หรือผลไม้เนื้อนิ่ม ปอกเปลือก หั่นชิ้นเล็กๆ ขนาดถ้วย 60 มิลลิลิตร

• เนื้อสัตว์และถั่วต่างๆ 43 กรัม เนื้อสัตว์หรือเนื้อไก่ต้มสุกที่เคี้ยวง่าย 3 ช้อนโต๊ะ หรือไข่คน 1 ฟอง

* ลูกอาจต้องการอาหารมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ คุณแม่ควรสังเกตสัญญาณความหิวและความอิ่มของลูก

 

โภชนาการเด็กวัยเตาะแตะช่วงอายุ 1-2 ปี

ปลูกฝังนิสัยการกินเพื่อสุขภาพที่ดี

เคล็ดลับต่อไปนี้ช่วยให้คุณแม่สอนลูกวัยเตาะแตะเกี่ยวกับพฤติกรรมการกินที่ดี ซึ่งจะเป็นพฤติกรรมสุขภาพที่ติดตัวลูกน้อยไปตลอดชีวิต
1. ฉลาดเลือกอาหาร ช่วงที่ลูกน้อยวัยเตาะแตะเปลี่ยนจากการกินนมแม่หรือนมผสมไปเป็นอาหารแบบผู้ใหญ่ ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือ การได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ในปี 2008 เนสท์เล่ให้การสนับสนุนการศึกษาเรื่องการให้อาหารทารกและเด็กวัยเตาะแตะ (FITS) พบว่า เด็กวัยเตาะแตะมักกินผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ทำให้ได้รับโพแทสเซียมและใยอาหารน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ และเด็กวัยเตาะแตะจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งได้รับวิตามินอีจากอาหารไม่เพียงพออีกด้วย
ดังนั้น การให้อาหารที่หลากหลายกับเด็กวัยเตาะแตะจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยควรให้เด็กกินผัก ผลไม้ ธัญพืชเต็มเมล็ด เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และนม รวมทั้งน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 เช่น น้ำมันคาโนลา หรือน้ำมันถั่วเหลือง
2. กินให้หลากหลาย โภชนาการที่สมดุลขึ้นอยู่กับการกินอาหารจากกลุ่มต่างๆ ให้หลากหลายในทุกๆ วัน ทั้งธัญพืชเต็มเมล็ด ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ถั่วต่างๆ และนม นอกจากนั้น คุณแม่ต้องมั่นใจว่าอาหารสำหรับลูกน้อยมีสารอาหารสำคัญ โดยเฉพาะสารอาหารที่เด็กวัย 1 ปีมักได้รับไม่เพียงพอ เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี โพแทสเซียม วิตามินอี และใยอาหาร

โภชนาการเด็กวัยเตาะแตะช่วงอายุ 1-2 ปี

3. กินผักและผลไม้หลากสี อาหารที่มีสีสันหลากหลายช่วยเปิดประสบการณ์การรับรสชาติใหม่ๆ และยังช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่หลากหลายอีกด้วย การฝึกให้ลูกน้อยกินอาหารชนิดใหม่ๆ สามารถทำได้โดยการนำไปผสมกับอาหารจานโปรดของลูก ซึ่งจะช่วยให้ลูกยอมรับอาหารชนิดใหม่ได้ง่ายขึ้น เช่น ถ้าลูกชอบกินข้าวโพด คุณแม่อาจลองเพิ่มพริกหวานสีแดงหั่นเต๋าเล็กๆ ผสมเข้าไปด้วย
4. ให้ลูกกำหนดปริมาณอาหารที่พอดี คุณแม่ควรสอนให้ลูกรู้จักกินแค่พออิ่ม โดยให้ลูกตัดสินใจว่าจะกินอะไร ในปริมาณเท่าไร่ ถ้าหิว ก็ให้ลูกกินให้เต็มที่ และหยุดกินเมื่อรู้สึกอิ่ม
5. ฉลาดเลือกอาหารว่าง ให้ลูกกินอาหารหลักมื้อเล็กๆ วันละ 3 มื้อ และอาหารว่างอีกวันละ 2-3 มื้อ เด็กวัยเตาะแตะบางคนได้รับพลังงานจากอาหารว่างสูงถึง 25% อาหารว่างเหล่านั้นจึงควรมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี หลีกเลี่ยงอาหารว่างที่ให้พลังงานสูงแต่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ เช่น มันฝรั่งทอด คุกกี้ หรือเครื่องดื่มรสหวานต่างๆ
6. เลือกเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ เครื่องดื่มช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ แต่หากดื่มมากเกินไปก็อาจทำให้ลูกรู้สึกอิ่มจนไม่อยากกินอาหารอื่นๆ เครื่องดื่มของเด็กวัยเตาะแตะควรเป็นนม น้ำผลไม้ 100% หรือน้ำเปล่า ควรจำกัดปริมาณนมไม่เกินวันละ 2 แก้ว หากให้ดื่มน้ำผลไม้ ก็ไม่ควรให้ลูกดื่มน้ำผลไม้จากขวดโดยตรง ควรให้ดื่มจากแก้วเท่านั้น เพื่อช่วยจำกัดปริมาณไม่เกินวันละ 120 มิลลิลิตร ส่วนปริมาณเครื่องดื่มที่เหลือควรเน้นเป็นน้ำเปล่า
7. เลือกไขมันที่ดีกับสุขภาพ เด็กเล็กต้องการแคลอรีจากไขมันเพื่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมอง คุณแม่จึงควรเลือกไขมันที่ดีกับสุขภาพให้ลูก โดยเน้นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เช่น ปลาที่มีไขมัน อะโวคาโด และเลือกใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหารให้ลูกวัยเตาะแตะ
8. เลือกอาหารที่มีโซเดียมน้อย แม้ว่าคุณแม่ชิมอาหารของลูกแล้วรู้สึกว่าจืดเกินไป แต่ต้องอย่าลืมว่าลูกไม่ได้ต้องการเกลือเพื่อทำให้อาหารมีรสเค็มเท่ากับที่ผู้ใหญ่ชอบกิน การเริ่มให้อาหารที่มีโซเดียมสูงจะสร้างนิสัยการกินเค็มให้กับลูก

เทคนิคการเสริมโภชนาการให้ลูกวัยเตาะแตะ

โภชนาการเด็กวัยเตาะแตะช่วงอายุ 1-2 ปี

ในปี 2008 เนสท์เล่สนับสนุนการศึกษาเกี่ยวกับการให้อาหารทารกและเด็กวัยเตาะแตะ (FITS) เพื่อทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงพฤติกรรมการกินและสารอาหารที่เด็กวัยเตาะแตะได้รับจากอาหาร ซึ่งทำให้เราสามารถให้คำแนะนำการกินอาหารสามารถใช้ได้จริง จากการศึกษาพบว่า เด็กวัยนี้มักได้รับสารอาหารบางชนิดไม่เพียงพอจากการกินอาหารประจำวัน
ผักและผลไม้ ให้วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร การกินผักและผลไม้อย่างเพียงพอเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดี
ผลการศึกษาของ Nestlé FITS 2008 พบว่า เด็กวัยเตาะแตะอายุ 12-24 เดือน มากถึง 25% ที่ไม่กินผลไม้เลย และเด็กอีกจำนวน 30% ที่ไม่กินผักคำแนะนำ คุณแม่ควรให้ลูกวัยเตาะแตะกินผลไม้วันละ 225 กรัม และกินผักวันละ 275 กรัม คุณแม่อาจให้ลูกกินผัก ผลไม้แบบสด แช่แข็ง หรือแบบบดบรรจุกระป๋องก็ได้ แต่ต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้กินได้ง่าย นอกจากนี้ คุณแม่อาจผสมผักหรือผลไม้บดลงในอาหารที่ลูกชอบเพื่อเพิ่มความหลากหลายได้อีกด้วย
ธัญพืชต่างๆ ผลการศึกษาของ Nestlé FITS 2008 พบว่า เด็กวัยเตาะแตะอายุ 12-18 เดือน เกือบ 60% กินธัญพืชชนิดขัดสีแบบผู้ใหญ่ การกินธัญพืชแบบผู้ใหญ่อาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็กวัยนี้ เพราะธัญพืชชนิดขัดสีมักมีธาตุเหล็กต่ำกว่าและมีน้ำตาลสูงกว่าอาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารก คำแนะนำ: คุณแม่ควรให้ลูกกินอาหารเสริมธัญพืชสำหรับทารกที่มีธาตุเหล็กสูง และคุณแม่สามารถสอดแทรกอาหารประเภทธัญพืชเต็มเมล็ดได้ในทุกมื้อของวัน
เครื่องดื่มรสหวาน และขนมหวาน เด็กวัยเตาะแตะยังมีพื้นที่ในกระเพาะอาหารไม่มากพอที่จะเสียไปกับอาหารที่ให้แต่แคลอรี แต่มีสารอาหารน้อย ผลการศึกษาของ Nestlé FITS 2008 พบว่า เด็กวัยเตาะแตะมากกว่า 70% กินอาหารประเภทลูกกวาด ขนมหวาน และเครื่องดื่มรสหวาน อาหารเหล่านี้มีแคลอรีสูงเมื่อเทียบกับวิตามินแร่ธาตุที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ซึ่งทำให้เด็กๆ กินอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ ได้น้อยลง คำแนะนำ: คุณแม่ควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ผลไม้ โยเกิร์ต ธัญพืช หรือขนมที่ทำจากธัญพืชเต็มเมล็ด แทนการให้ลูกกินลูกกวาด หรือขนมหวานต่างๆ
ใยอาหาร มีบทบาทสำคัญต่อระบบขับถ่ายของลูก แต่จากผลการศึกษาของ Nestlé FITS 2008 พบว่าเด็กวัยเตาะแตะได้รับใยอาหารไม่ครบตามปริมาณที่แนะนำคือ 19 กรัมต่อวัน คำแนะนำ: คุณแม่ต้องพยายามให้ลูกกินธัญพืชเต็มเมล็ด ผักและผลไม้ไม่ว่าจะเป็นแบบสด แบบแช่แข็ง แบบบด หรือผักผลไม้กระป๋องทุกวัน โดยให้มีขนาดของชิ้น และเนื้อสัมผัสที่เหมาะสมกับวัย
วิตามินอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์ภายในร่างกายจากการถูกทำลาย ผลการศึกษาของ Nestlé FITS 2008 พบว่า เด็กวัยเตาะแตะเกือบครึ่งหนึ่งได้รับวิตามินอีจากอาหารน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ คำแนะนำ: อาหารที่มีวิตามินอี ได้แก่ น้ำมันพืช (น้ำมันคาโนลา น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง) อะโวคาโด ธัญพืชเต็มเมล็ด และผักใบเขียวบางชนิด (ผักโขมหรือปวยเล้ง บรอคโคลี)
โพแทสเซียม เป็นแร่ธาตุที่ช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานเป็นปกติ ผลการศึกษาของ Nestlé FITS 2008 พบว่า เด็กวัยเตาะแตะได้รับโพแทสเซียมน้อยกว่าปริมาณที่แนะนำ คำแนะนำ: โพแทสเซียมมีอยู่ในอาหารหลายชนิด เช่น มันฝรั่ง มันเทศ อะโวคาโด ผักปวยเล้ง โยเกิร์ต กล้วย และผลไม้ตระกูลส้ม
ไขมันที่ดีกับสุขภาพ ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย และพัฒนาการของสมอง ไขมันยังช่วยให้ร่างกายนำวิตามินเอ ดี อี และเคไปใช้ประโยชน์ได้ ผลการศึกษาของ Nestlé FITS 2008 พบว่า เด็กวัยเตาะแตะประมาณ 23% ได้รับไขมันไม่เพียงพอตามคำแนะนำ อาหารของเด็กวัยเตาะแตะควรมีพลังงานจากไขมันประมาณ 30-40% และเป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว เช่น ไขมันจากปลา อะโวคาโด และอาหารที่ใช้น้ำมันพืชในการปรุง เช่น น้ำมันคาโนลา และน้ำมันถั่วเหลือง เด็กๆ ควรได้รับไขมันที่ดีกับสุขภาพเหล่านี้ทดแทนไขมันอิ่มตัวที่พบในผลิตภัณฑ์นมที่มีไขมันสูง เช่น เนย ชีส และเนื้อสัตว์ติดมัน อย่าง ฮอทดอก เบคอน และไส้กรอกต่างๆ คำแนะนำ:: ควรเตรียมอาหารโดยใช้น้ำมันถั่วเหลืองหรือน้ำมันคาโนลา ซึ่งมีกรดไขมันโอเมก้า 3 อย่างกรดอัลฟาไลโนเลนิก หรือเลือกใช้เครื่องปรุงชนิดที่ทำจากน้ำมันพืช เช่น มายองเนส หรือน้ำสลัด ที่สำคัญ ควรจำกัดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว หรือมีไขมันทรานส์สูง

อ่านเพิ่มเติม

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ 1000 วันแรก

เข้าร่วมคลับสำหรับคุณแม่ แค่คลิกเข้าร่วม คุณแม่ก็จะได้รับคำแนะนำ และแนวทางเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับคุณแม่และแต่ละช่วงวัยของลูกน้อยเป็นรายสัปดาห์ผ่านทางอีเมล

  • มาร่วมเดินทางไปกับเรา
  • สาระน่ารู้ช่วงตั้งครรภ์ และการดูแลลูกน้อย
  • พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้บริการ 24 ชม.
  • รอรับข้อเสนอดีๆ อีกมากมายจากเรา

คลิกเพื่อเข้าร่วมคลับ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Article Reviews

0 ทบทวน